ครั้งแรกกับ Benelli TRK502 เยือนน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

467 Planet_28

เรื่อง/ภาพ :Hey Joe http://www.motocrossmag.co.th/planet_detail.php?id=34

….แสงแรกสีทองส่องอยู่เบื้องหลัง ตอนที่เจ้ารถคันใหญ่กำลังพาผมหนีออกจากบางกอก ….ระยะทางไป-กลับ เกือบ 700 กม. กับสภาพทางที่มีทุกแบบ คือเหตุผลที่ผมเลือก “น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น” เป็น “จุดหมาย” ของการพารถดูอัลเพอร์โพสที่อยู่ในกระแสอย่าง BenelliTRK502 ออกไปวิ่งใน“ทริปแรก” หลังจากเบเนลลี่ ไทยแลนด์ ได้ส่งเดโมTRK502 รุ่นสีดำมาให้ลอง นี่เป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะทำความรู้จักตัวตนของมันได้ชัดเจนในทุกๆแง่มุมในสไตล์ Planet Hang Out เพื่อนำมาบอกกล่าวกับผู้อ่านทุกท่านได้อย่างเต็มปาก…!

TRK502 ใหญ่และเทอะทะรึเปล่า??

“โจทย์แรก” คือคำถามที่ติดมาในใจ คนที่สูง 160 ซม. หนัก 60 กก. อย่างผมจะขี่รถรุ่นนี้ได้มั้ย!?? ขี่ได้จะไปถึงไหน…คำตอบนี้ถูกคลี่คลายตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมก้าวขึ้นคร่อมรถTRK502 ละครับ เพราะแม้ว่า “ภายนอก” ของ TRK502 จะขู่ใครบางคนให้รู้สึกว่ามันกว้างและใหญ่ แต่ความจริง มิติของ TRK502เชื่อขนมกินได้เลยว่า ออกแบบโดยคำนึงถึงสรีระของคนเอเชียเป็นหลักแน่ๆ เบาะนั่งจึงสูงแค่ 815 มม. และความกว้างของเบาะก็ไม่มากเกิน ดังนั้นพอขึ้นไปนั่งแล้ว ผมจึงวางเท้าถึงสบายๆและยื่นมือจับแฮนด์ได้พอดีไม่ขัดเขินด้วยดังนั้นเมื่อ “ขาถึง” น้ำหนักขนาด 195 กก.จึงไม่ใช่ปัญหา

…เมื่อรู้ตั้งแต่เริ่มว่าไปด้วยกันได้ ผมจึง “เซ็ททริป” บนหน้าปัดเพื่อตั้งต้นการเดินทาง …หน้าปัดของ TRK502 เป็นระบบผสมคือใช้เข็มบอกรอบ และใช้ตัวเลขดิจิตอลบอกเวลา ,เกียร์ ,ความเร็วและสเกลระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ..มุมล่างซ้ายมีปุ่มเซ็ทอยู่คู่หนึ่ง เลือกทริปได้ 2 ชุด คือ A และ B …ผมเลือกกดปุ่มเซ็ททริป A เป็น 0ตั้งแต่ที่สำนักงานใหญ่ของเบเนลลี่ไทยแลนด์เพื่อเอาไว้ดูระยะทางรวม ส่วนทริป B เริ่มเซ็ทเป็น 0 ตอนออกมาเติมน้ำมันเต็มถัง เพื่อเอาไว้ดูระยะการคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั่นเอง(เติมแก๊สโซฮอลล์ 95 )

…จากนั้นผมขี่รถฝ่าความหนาแน่นของเส้นทางจากรังสิต รามคำแหงและลาดพร้าว เมื่อรวมกับช่วงที่เดินทางข้ามเมืองไปสู่ภาคตะวันตกนั้น ก็ถือว่าได้ข้อมูลเรื่องการใช้งานช่วงออกจากเมือง ….TRK502 ไม่ได้ขี่ยากครับมันมีความคล่องตัวประมาณหนึ่ง เสียงแตรก็กำลังดี ไม่โหวกเหวกมาก แต่ผมมีจุดที่ไม่ชอบอยู่บ้างก็ตรงแครชบาร์ที่ทำเป็นห่วงยื่นออกมามากไป มันส่งผลต่อการแทรกตัวไปตามช่องจราจรตอนที่เราต้องเข้า-ออกเมืองครับถ้ากะระยะไม่ดี มันอาจไปจ๊ะเอ๋กับรถยนต์ที่เบียดมาข้างๆได้ ส่วนเรื่องความร้อนที่แผ่มาโดนขาตอนมุดในเมือง ก็ไม่พบว่าร้อนเกินปกติแต่อย่างใด…ยกแรกนี่ถือว่าผ่าน(ไม่นับเรื่องแครชบาร์นะ)

วิ่งยาวทางไกล เมื่อยมั้ย…กินน้ำมันแค่ไหน???

… จากถนนบรมราชชนนี ถึงถนนเพชรเกษม ผ่านนครชัยศรี สู่ นครปฐม ถนนช่วงเช้ายังโล่ง ผมใช้เป็นช่วงที่ทำความรู้จักกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ 499.6 ซีซี. สองสูบเรียง (ลูกสูบขึ้นลงพร้อมกันทั้งสองสูบ)ให้สุ้มเสียงที่ผิดไปจากสองสูบเรียงที่คุ้นเคย กล่าวคือมันให้แรงบิดที่เนียนกว่า การต่อกำลังไม่ได้กระชากเป็นลูกๆเหมือนเครื่องยนต์สองสูบเรียงแบบค่ายญี่ปุ่น

คาแรคเตอร์ของระยะเกียร์ 1-2-3 ค่อนข้างกว้างครับ ออกแบบมาให้ทำความเร็วได้ดีตั้งแต่รอบต้นกันเลย ผมลองลากรอบจนเกือบแตะเรดไลน์(ที่ 9,500 รอบ/นาที)แล้วสับเกียร์ไล่ขึ้นไป ซึ่งในเกียร์ 5 นั้น สามารถเรียกความเร็วระดับ 150 กม./ชม.ได้ ขณะที่เกียร์ 6 ผมเปิดคันเร่งไปถึง 175 กม./ชม.แล้วยังรู้สึกว่าอัตราทดของเกียร์ 6 ยังไหลไปได้อีก ทั้งนี้ อาการสะท้านของเครื่องยนต์มีมาตามปกติ ตั้งแต่ 6,000 รอบ/นาที(ความเร็วประมาณ 120 กม./ชม)แต่ก็ไม่ได้สะท้านจนมือชา แต่สิ่งที่น่าสนกว่านั้นคือ หลังจากวิ่งยาวๆรวดเดียวไปเกือบ 200 กม. อาการเครื่องร้อนแล้วเกียร์แข็ง หรือหาเกียร์ว่างยาก ผมไม่พบในรถรุ่นนี้ครับ ในจุดนี้อาจจะมาจากการที่ TRK502 ใช้หม้อน้ำขนาดใหญ่ พร้อมกับระบบน้ำมันเครื่องที่ใช้ 3 ลิตรเต็มนั่นเอง…

ทริปนี้นอกจากลองความเร็วปลายบางช่วงแล้ว ผมก็ใช้ความเร็วในระยะ 130-150 กม./ชม.วิ่งเพื่อรักษาเวลาในการเดินทางไม่ให้ย้วยเกินไป หลังจากจอดเติมน้ำมันช่วงเลยกาญจนบุรี ผมลองคำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงออกมา พบว่า TRK502 คันที่ผมขี่นี้ ทำได้ 23 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าทำได้ดีพอสมควร เมื่อคิดว่า ถังน้ำมันของรถรุ่นนี้ความจุมากถึง 20 ลิตร(รวมรีเซิร์ฟ 3 ลิตร) หากเติมเต็มถังก็จะวิ่งยาวๆทีนึง 400 กม.!!! เรื่องถังน้ำมันต้องบอกว่ายกนิ้วโป้งให้เลยครับ เพราะใส่ใจออกแบบมาเพื่อนักเดินทางจริงๆ ติดนิดเดียวว่า น่าจะทำฝาถังแบบบานพับไปเลยจะสะดวกกว่าเปิดยกทั้งฝา…

 

ช่วงล่าง ไหวมั้ย โค้งหลังเขื่อน ลุยถนนกรวด ลุยทางดิน

…ผมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมหลังจากถึงจุดพักแถวเขื่อนศรีนครรินทร์ คือ ช่วงรถ และท่านั่งของ TRK502ที่แม้จะนั่งต่ำ แต่การเดินทางในช่วงออนโรด มันไม่เมื่อยเหมือนเจ้านิลกาฬ(500X)ของผม เส้นทางความสนุกเริ่มขึ้นในช่วงเดินทางขึ้นเขาช่วงหลังเขื่อนศรีนครินทร์-อ.ศรีสวัสดิ์ ช่วงนี้ยางติดรถที่เป็น พิเรลลี่ แองเจิล(หน้า 120/70-17 ,หลัง 160/60-17)เกาะถนนได้ค่อนข้างดีครับ เพราะยางรุ่นนี้ถนัดออนโรดอยู่แล้ว ส่วนช่วงล่างที่ผมยึดค่า Factory Settingพบว่าการเข้าโค้งเร็วๆแล้ว ค่าเดิมๆมันนุ่มจนย้วยไป โดยเฉพาะในโค้งไฮสปีดอาการจะออกชัด อย่างไรก็ตามในจุดนี้ Benelli ได้ออกแบบการปรับค่าโช้คหลังมาให้แล้ว (ซึ่งในช่วงขากลับผมได้หมุนตัวปรับโช้คจนแข็งสุด อาการในโค้งก็มั่นใจขึ้นมาก)

การเลือกทางผ่านอ.ศรีสวัสดิ์ ที่ต้องลงแพขนานยนต์ 2 ครั้ง ผมมีเจตนาที่จะเอา TRK502 ไปลุย “ทางกรวด” ช่วงก่อนลงแพ 2 ซึ่งมีระยะ ให้ลุยหลายกม. ตรงนี้เองที่ผมได้ใช้ฟังก์ชั่นดีๆอีกจุดของ TRK502 นั่นคือปุ่มปิดระบบ ABS ทำโดยกดปุ่มแช่เอาไว้ จนสัญลักษณ์ ABS สีส้มบนหน้าจอกระพริบ บ่งบอกว่าปิดเรียบร้อย จากนั้นก็ซัดลุยทางกรวดจนเพลิน เพลินมากจนเกือบเสียท่า เพราะมาไม่ทันแพขนานยนต์ 2 กว่าจะได้ลงอีกทีก็ปาไป 5 โมงเย็น นั่นหมายถึงผมต้องไปเพิ่มความเร็วในการขี่ช่วงทางดินขรุขระแถว “อุโมงค์ป่าไผ่” ก่อนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

ซึ่งต้องยืนหนีบถัง-ล็อคคันเร่งใส่ลงไปให้ช่วงล่างของรถทำงานเต็มที่ แต่สุดท้ายผมก็พา TRK502 เดินทางถึงจุดหมายที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นอย่างครบ 32 ไม่มีการล้มหรือบุบสลายแม้แต่จุดเดียว…อ้อ เรื่องเบรก ABS หลังจากปิดไว้ เมื่อจอดรถดับเครื่อง เปิดสวิทช์ใหม่ รถก็จะกลับไปโหมด ABS ให้อัตโนมัติ ซึ่งเท่าที่ได้ใช้งาน การตอบสนองของเบรกหลังถือว่า ยอดเยี่ยม ส่วนเบรกหน้าที่เป็นดิสค์คู่ ดูเหมือนช่างที่ทำรถเดโมจะเซ็ทน้ำมันมายังไม่สมบูรณ์มากนัก ต้องกำลึกจนสุดกว่าเบรกจะทำงาน แต่ผมเชื่อว่ารถที่ส่งจำหน่ายลูกค้านั้นไม่น่าจะเจอปัญหานี้ครับ เพราะยืนค่าเดิมจากโรงงานมาเลย ไม่ได้ผ่านมือชายแบบรถเดโมมาก่อน…

ท้ายสุดแล้ว หลังจากได้ขี่ในเส้นทางออกทริปจริงๆครบเครื่องแล้ว ผมอยากบอกว่า Benelli TRK502 ออกแบบมาได้ดีมากครับ ฟังก์ชั่นต่างๆครบครันมาก ทั้งจุดชาร์จไฟ USB สวิทช์ไฟฉุกเฉิน ,สวิทช์ไฟขอทาง แถมยังเปิดปิด ABS ได้ ขณะที่ท่านั่งก็เอื้อต่อสรีระไบเกอร์ชาวไทย…ส่วนเรื่องสมรรถนะก็ทำได้สมน้ำสมเนื้อ ส่วนเรื่องงานประกอบก็ต้องยอมรับว่าอยู่ในระดับที่ ทั้งนี้ ปัญหาของตัวรถจะมีมั้ยนั้น ก็ต้องดูกันยาวๆไปครับ คงจะมาด่วนตัดสินไม่ได้

…อ้อ….ที่สำคัญศูนย์บริการ Benelli เพิ่มจำนวนอยู่ในทุกภาคทั่วประเทศแล้ว ถ้าถูกใจก็แวะไปลองขี่ลองสัมผัสกันได้…ฝากทิ้งท้ายอีกนิด รถสักคันจะคุ้มมั้ย จะยืนระยะได้ดีมั้ย…บางทีก็อยู่ที่ความเข้าใจและใส่ใจของคนเป็นเจ้าของด้วยครับ…

Hang Out Tip

ระยะทางรวม : 650 กม.

สภาพทาง : ทางเรียบ ทางหิน ทางดินขรุขระ (ลงแพ 2 ครั้ง)

จุดเด่นโลเกชั่น : บรรยากาศสวย น้ำตกงาม มีลงแพให้ชิลๆด้วย

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง : 23 กม./ลิตร

ท็อปสปีดที่ทำได้ : 175 กม./ชม.

จุดเด่นของรถที่ชอบ : ควบคุมง่าย ความเร็วปลายไหล ฟังก์ชั่นครบสุดๆ

ข้อสังเกตุ : ช่วงล่างเดิมๆนุ่มไปนิด มีอาการย้วยในโค้งไฮสปีด ต้องปรับให้แข็งสุด แล้วจะดีขึ้น

เรื่อง/ภาพ :Hey Joe http://www.motocrossmag.co.th/planet_detail.php?id=34

รายละเอียดเพิ่มเติม www.benelli–Thailand.co.th | www.facebook.com/benelliTH