บางครั้งเราก็ลืมไปแล้วหรือเปล่า ว่าความสนุกที่แท้จริงของมอเตอร์ไซค์คืออะไร?

img_433476

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน ผมแอดมินโก้ GreatBiker นะครับ นานๆ ทีจะได้เขียนเรื่องราวแบบมุมมองส่วนตัวเต็มๆ สักครั้ง ซึ่งส่วนตัวเองก็ทำเว็บนี้มาได้ประมาณ 4-5 ปีแล้ว เห็นความเปลี่ยนแปลงของวงการรถมอเตอร์ไซค์เกิดขึ้นอย่างมากมาย  ซึ่งแน่นอนว่าตั้งแต่ทำเว็บ GreatBiker มานั้น ทั้งส่วนตัวและทีมงานได้มีโอกาสทดสอบรถมอเตอร์ไซค์หลายรุ่น ที่ต่างก็โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกวันนี้ที่แต่ละค่ายออกรถมาแข่งกันไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความแรง, ความเร็ว, ออพชั่นและฟีเจอร์ต่างๆ รวมไปถึงรูปร่างหน้าตาของตัวรถ ทำให้มีรถมอเตอร์ไซค์ดีๆ หลายต่อหลายรุ่นเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนต่างก็มีรถในฝันที่ชื่นชอบ บางคนก็ทำให้ฝันนั้นเป็นความจริงโดยการสอยเอามาครอบครองแล้ว หรือเพื่อนๆ บางคนก็กำลังทำตามความฝันอยู่ แต่บางทีก็เป็นเรื่องน่าเสียดายเอามากๆ ที่คนรอบตัวที่ผมรู้จัก ที่เป็นไบค์เกอร์เหมือนกันได้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่ชื่นชอบ แต่กลับไม่ค่อยจะได้มีโอกาสได้ขี่เลย แม้กระทั่งขี่ไปทำงานก็ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ รวมไปถึงอาจจะเป็นเรื่องของครอบครัวที่ทำให้มักจะใช้รถยนต์มากกว่า ซึ่งตัวของผมเองนั้นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ นอกจากเวลาที่ได้ทำรีวิวรถแล้ว ก็แทบจะไม่ค่อยได้แตะเจ้ารถบิ๊กไบค์คันเก่งของเราเลย

เลยได้มีโอกาสย้อนกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า ทำไมเราถึง “รัก” มอเตอร์ไซค์ ก็ได้คำตอบที่ง่ายเอามากๆ ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้แตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่มากนัก นั่นก็คือมันเป็นความฝันของผู้ชายตั้งแต่ในวัยเด็กแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่เรามีโอกาสได้ครอบครองมันจริงๆ เรากลับไม่ค่อยได้ขี่มันเท่าที่ควร (สำหรับเพื่อนๆ ที่มีโอกาสได้ขี่บ่อยๆ นั้น ถือว่าน่าอิจฉามากๆ) ก็เลยได้แต่คอยบอกตัวเองว่าจะพยายามเคลียร์งานเพื่อหาเวลาไปออกทริป แต่ก็ยังไม่ค่อยมีเวลาว่างเป็นจริงเป็นจังสักที หรือบางทีมันเป็นแค่ข้ออ้างของเราหรือเปล่า ที่ได้แต่คอยผลัดวันไปเรื่อยๆ ในการใช้เวลากับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเรา ซึ่งตัวผมเองนั้นมาสะดุดใจแบบสุดๆ เอากับ 2 เรื่องที่อยากจะเล่าต่อไปนี้ มันสะกิด มันจี้ใจดำในประเด็นนี้เอามากๆ ลองไปอ่านกันดูครับ

เรื่องที่ 1 Raymond Longmuir (เรย์มอนด์ ลองเมอร์) ชายผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งในสมอง วางแผนเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ บนเส้นทางกว่า 28,000 กม. เพื่อขอรับเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเดียวกับเขา

Raymond Longmuir หรือ เรย์ เขาวางแผนเฉลิมฉลองกับตัวเองหลังจากที่หายป่วยจากโรคมะเร็งสมอง โดยการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์จากปลายรัฐแทสเมเนียที่เขาอยู่ เพื่อกลับไปหาครอบครัวของเขาที่เมือง Angus ประเทศสก๊อตแลนด์และเขาหวังว่าจะได้รับเงินบริจาคประมาณ 6,000,000 บาท จากความท้าทายในการเดินทาง 28,000 กม. ครั้งนี้ จากที่พักของเขาเพื่อกลับไปหาครอบครัวของเขา

ชายคนนี้อายุ 32 ปี เขารู้สึกปวดหัวมากและต่อจากนั้นก็หมดสติไปเขาไปรับการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลว่าเป็นมะเร็งสมอง จะมีเวลาเพียงสามถึงห้าปีเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่ เขาได้รับการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อขจัดมะเร็งเนื้องอกในช่วงสองปีนั้น เหตุการณ์นี้ทำให้เรย์สูญเสียความทรงจำและยังคงมีการใช้ยาและการบำบัดอยู่เรื่อยๆ แต่แล้วสุขภาพของเขาเริ่มดีขึ้นในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา และเขาก็ได้รับแรงบันดาลใจในการวางแผนที่จะสร้างรายได้ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในโรคเดียวกันนี้ และจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับการได้รับความช่วยเหลือจากการป่วยโรคร้ายแรงครั้งนี้ เขาจึงตัดสินใจที่จะขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่องโลกกว้างเพื่อหาเงินบริจาคให้กับมูลนิธิ เขากล่าวไว้ว่า “หลังจากที่ผมทราบว่า ผมจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 3 ถึง 5 ปีเท่านั้น มันก็เป็นตัวกระตุ้นอันยอดเยี่ยมให้ผมต้องเดินหน้าออกไปเผชิญโลกกว้าง และทำอะไรบางอย่างที่สำคัญเพื่อเพื่อนร่วมโลก”

เรย์วางแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวกับเพื่อนในฤดูใบไม้ผลิปี 2019 ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขาได้ใช้เวลาในการเดินทาง 10 วันในระยะทาง 12,000 กิโลเมตรท่องเที่ยวไปทั่วประเทศออสเตรเลีย เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนที่จะเดินทางจริง โดยเขาจะเริ่มจากการข้ามออสเตรเลียผ่านประเทศไทย เวียดนาม จีนและรัสเซียก่อนที่จะไปถึงยุโรปเพื่อระดมเงินบริจาค

เขาได้รับการสนับสนุนจากนักแข่ง Superbikes ชาวอังกฤษ ชื่อ Ben Currie และ David Johnson นักแข่งรายการ Isle of Man TT พวกเขาทั้งสองได้สวมหมวกกันน็อกซึ่งมีสัญลักษณ์ Cure Brain Cancer Foundation ติดบนหมวกกันน็อกเป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งสมอง เพื่อเป็นการช่วยกระจายข่าวในครั้งนี้ด้วย

เรย์ได้กล่าวว่า “ผมได้รวบรวมหาเงินบริจาคต่างๆ จากการออกทริปด้วยตัวเอง เงินที่หาได้ทั้งหมดนั้นจะมอบให้มูลนิธิสโมสรไลออนส์ ซึ่งเป็นสโมสรที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง ดังนั้นสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” (ขอบคุณภาพประกอบจาก morebikes.co.uk และ 88nn.info)

เรื่องที่ 2 Nikki Misurelli (นิคกี้ มิเซอร์ลี่) หญิงสาวผู้ออกเดินทางท่องโลกกว้างด้วยมอเตอร์ไซค์เพียงลำพัง!!

Nikki-Misurelli

เพื่อนๆ เคยวางแผนการออกไปท่องเที่ยวด้วยการขับขี่มอเตอร์ไซค์แล้วถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลเพราะ “มันอันตรายเกินไป” กันบ้างไหม วันนี้ผมมีหนึ่งสาวที่เคยเคยถูกปฏิเสธเช่นนี้จากแฟนหนุ่ม มาแนะนำให้เพื่อนได้รู้จักกันสักหน่อย เธอคือ Nikki Misurelli หญิงสาวจากอเมริกาผู้เคยถูกปฏิเสธจากแฟนหนุ่มในการร่วมทริปออกท่องเที่ยวด้วยสาเหตุเพราะมันอันตรายเกินไป แต่พอเลิกกันเท่านั้นแหละ เธอก็จัดแจงซื้อรถและฝึกซ้อมก่อนออกเดินทางทริปแรกในชีวิตด้วยเส้นทาง อลาสก้ายาวไปถึงประเทศปานามาร่วมระยะทาง 12,000 ไมล์ หรือราวๆ 19,312 กิโลเมตร ด้วยรถ Honda CBR600RR !!!

หลังจากการออกเดินทางครั้งแรกในชีวิตของ Nikki เธอได้ทำการวางแผนเก็บเงินที่เธอมี และขายของส่วนใหญ่ที่ไม่มีความจำเป็นในชิวีตและเตรียมการเดินทางครั้งใหม่ของตัวเอง Nikki ได้ดัดแปลงตัวรถ Honda CBR600RR ที่เป็นรถสปอร์ตเรปพลีก้า โดยได้เปลี่ยนยางเป็นกึ่งโมตาดที่สามารถตะลุยในทางวิบาก ติดตั้งโครงเหล็กด้านท้ายรถสำหรับแบกสัมภาระที่ประกอบไปด้วย เต็นท์ ถุงนอน เสื้อผ้าบาส่วน อุปกรณ์ปฐมพยาบาล โดยแผนการเดินทางครั้งนี้ Nikki ได้เดินทางท่องเที่ยวผ่านประเทศ อิตาลี สเปน โปรตุเกส ยิบรอลตาร์ ออสเตรีย สโลเวเนีย และสิ้นสุดการเดินทางโมร็อคโค รวมเส้นทางกว่า 5,500 ไมล์ หรือราวๆ 8851 กิโลเมตร

แผนต่อไปของ Nikki คือการออกเดินทางท่องเที่ยวในตะวันออกกลางต่อไปยังส่วนเหนือของทวีปแอฟริกา ถึงแม้จะเห็นถึงความเสี่ยงที่จะเจอกับอันตรายมากมายแต่ Nikki ก็เคยกล่าวไว้ว่า “สิ่งร้ายๆ หลายอย่างสามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ แต่เรามักจะเจอผู้คนดีๆ มากกว่าเรื่องร้ายๆ ฉันอยากให้ผู้หญิงหลายๆ คนกล้าพอที่จะออกไปผจญภัย พบเจอกับสิ่งใหม่ๆให้กับชีวิต”



ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่กล้าจะออกมาเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และกล้าที่จะออกจากชีวิตที่จำเจ เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ต่อให้เพื่อนๆไม่ว่าจะเป็นเพศไหนการออกไปท่องเที่ยวด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าจดจำเช่นกันนะครับ (ขอบคุณภาพประกอบจาก morebikes.co.uk และ 88nn.info)

นี่เป็นแค่ 2 เรื่องจากหลายร้อยเรื่องราวที่น่าประทับใจในโลกของมอเตอร์ไซค์ ซึ่งถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีจุดมุ่งหมายในการออกเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่แตกต่างกัน บางคนทำไปด้วยใจรักและความสนุก, บางคนทำไปเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง, บางคนนั้นมีเป้าหมายในการช่วยเหลือผู้อื่น แต่จุดร่วมที่เหมือนกันก็คือพวกเขาและเธอเหล่านั้น ได้มีโอกาสขี่รถที่ตัวเองรัก ออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในขณะที่ยังสามารถทำได้ จึงกลับมาเป็นคำถามอีกครั้งว่า แค่การที่เราได้ครอบครองรถมอเตอร์ไซค์ชั้นดีสักคัน ใส่ของแต่งเทพๆ เต็มคัน แล้วจอดเอาผ้าคลุมมันไว้ เช็ดถูดูแลอย่างดี นานๆ จะได้ขี่มันสักที มันคือความสุขจริงๆ แล้วหรือเปล่า? หรือกับบางคนแค่มีรถมอเตอร์ไซค์ธรรมดาๆ สักคัน แต่เค้ากลับได้ขี่มันทุกวันๆ แน่นอนว่ายังไม่สายเกินไปที่จะให้เวลาในการทำสิ่งที่เรารักอย่างการขี่มอเตอร์ไซค์ และใช้เวลาร่วมกับรถคันเก่งของเรา จะใกล้จะไกลก็ได้ แต่อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนร่างกายเราไม่สามารถจะขี่มันได้ไหวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ทั้งหมดนี้คือ PASSION ในชีวิตไบค์เกอร์ของผม แล้ว PASSION ของเพื่อนๆ ล่ะครับ คืออะไร?

ถึงเวลาที่จะออกไปทำตามหัวใจเรียกร้องกันหรือยัง!!!  Honda BigBike ให้คุณไปร่วมทริปสุดพิเศษแบบฟรีๆ เพียงมาแชร์ Riding Passion ของคุณเพื่อได้ร่วมทริปไปกับ Honda BigBike ที่ประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศนิวซีแลนด์ อย่ามัวรีรอ คลิกเลยที่ >>> https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH/videos/1913243992272458/ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ตุลาคม 2560