ที่สุดแห่งยนตกรรมสายพันธุ์สปอร์ต All New CBR1000RR พร้อมพุ่งทะยานให้สุดทางในสยามประเทศ

NUT_0474

เรียกได้ว่าไม่ปล่อยให้แฟนๆ คอสปอร์ตรอกันนานเลย หลังจากที่มีข่าวการเปิดตัวของรถซุปเปอร์สปอร์ตคันเก่งจากค่าย Honda อย่าง All New CBR1000RR หรือที่เรียกกันว่าเป็นพี่ใหญ่สุดแห่งตระกูลกันไปเมื่อก่อนหน้านี้ไม่นาน และแล้วในตอนนี้ก็ได้มีการนำเข้ามาวางขายในประเทศไทยเราอย่างเป็นทางการแล้ว

ซึ่งจะต้องบอกเลยว่าสำหรับตระกูล CBR นั้น ไม่มีขาสปอร์ตคันไหนไม่รู้จัก และสำหรับเวอร์ชั่นปี 2017 นี้ เจ้า All New CBR1000RR นั้นก็ยังคงเป็นรถในแนวสปอร์ต-เรพลิก้า หรือรถแข่งแบบสปอร์ตที่มีสเปกสำหรับลงแข่งในสนามอย่างเต็มตัว โดยการเปิดตัวครั้งนี้ เอ.พี. ฮอนด้า เองนั้นได้เปิดตัวกันอย่างยิ่งใหญ่และเซอร์ไพร์สสุดๆ โดยธีมหลักของงานเป็นการเชิญ 2 ยอดนักแข่งอย่างนิกกี้ เฮเด้น สุดยอดนักแข่งชาวอเมริกันเจ้าของดีกรีแชมป์โลกโมโต จีพี ปี 2006 และสเตฟาน แบรดเดิล แชมป์โลกโมโตทู ปี 2011 สังกัดทีม Red Bull Honda World Superbike มาร่วมเปิดตัวเจ้าสุดยอดรถสปอร์ตคันเก่งคันนี้

โดยคอนเซ็ปท์หลักของ All New CBR1000RR นั้นได้ใช้แนวคิด “Total Control” ที่หมายถึงที่สุดของทั้งด้านขุมกำลังเครื่องยนต์ ที่ถ่ายทอดความแรงมาจากในสนามแข่งโดยตรง และที่สุดทางด้านการควบคุม ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่จะทำให้การขับขี่นั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดายมากที่สุด ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือในเรื่องของน้ำหนักตัวรถนั้นถือว่ามีน้ำหนักเบามากที่สุดในคลาสเดียวกันด้วย (และเบากว่า CBR1000RR โฉมเดิมมากถึง 16 กก. ด้วยกัน) ทำให้ตัวรถนั้นสามารถรีดเอาพละกำลังออกมาได้อย่างดีที่สุด และมีความคล่องตัวสูงสุดในทุกๆ อิริยาบถนั่นเอง

และในการมาคราวนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะว่ามาถึง 2 เวอร์ชั่นด้วยกันนั่นก็คือ All New Honda CBR1000RR และ All New Honda CBR1000RR SP ที่มีรายละเอียดแตกต่างกันแบบชัดเจน ให้แฟนๆ ได้เลือกตามไลฟ์สไตล์และความต้องการ ซึ่งเราจะเริ่มต้นด้วยการพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกันกับ CBR1000RR กันก่อน

All New Honda CBR1000RR


เครื่องยนต์นั้นมีขนาด 998cc แบบ 4 สูบเรียงซึ่งจะให้ขุมกำลังและอัตราเร่งที่ดีที่สุดในย่านความเร็วกลางถึงปลาย ตามสไตล์รถแข่งในแนวสปอร์ตเรพิลก้าเต็มตัว โดยแรงม้านั้นมีการอัพเกรดมากกว่าเดิมถึง 11 ตัวด้วยกัน ทำให้วัดได้ที่ 189 ตัว ทำให้เรดไลน์นั้นขยับไปที่ 13,000 รอบต่อนาที ในขณะที่ระบบคันเร่งนั้นเป็นแบบ Throttle by Wire (คันเร่งไฟฟ้า) แบบใหม่ที่ทำงานร่วมกันกับเซ็นเซอร์ APS ที่ฝังอยู่ใน Handlebar grip
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ตอบสนองกับแรงบิดของผู้ขับขี่ได้อย่างดีที่สุด, Power Selector ระบบการตั้งค่าการขับขี่ โดยผู้ขับขี่เลือกตั้งค่ากำลังจากเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับแรงบิดของคันเร่ง HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบควบคุมแรงบิดแบบเลือกได้ของทางฮอนด้าโดยเฉพาะ เพื่อตรวจจับความเร็วล้อด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้การควบคุมรถได้อย่างราบรื่นในทุกๆ สภาวะ, Engine Brake Control แบบปรับเลือกได้ตาม Riding Mode ให้มีแรงดึงแตกต่างกันออกไปในการใช้งานที่แตกต่าง รวมไปถึงการดีไซน์ไฟแบบ LED ใหม่รอบคัน ท่อไอเสียแบบ Titanium Muffler ที่ให้น้ำหนักเบาแต่เสียงแผดแบบเป็นเอกลักษณ์ ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือจอแสดงผลแบบ Thin-Film Transistor Meter LCD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ใน RC213V-S รถระดับไฮเอนด์ของทางค่ายเดียวกันนั่นเอง

All New Honda CBR1000RR SP

All New CBR1000RR SP (4)
สำหรับสเปกเครื่องยนต์พื้นฐานและออปชั่นต่างๆ ของเวอร์ชั่นนี้นั้นจะเหมือนกันกับเวอร์ชั่นปกติด้านบน แต่ว่ามีความพิเศษเหนือกว่าก็คือในเรื่องของ Quick Shifter ฟังก์ชั่นที่ช่วยในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงระหว่างขับขี่ได้ อย่างรวดเร็วและราบรื่นโดยไม่ต้องบีบคลัทช์ให้เสียเวลา, สุดยอดระบบกันสะเทือนอย่าง HLINS Suspension with Smart EC system ที่สามารถปรับตั้งค่าได้ ตอบสนองทุกสภาพการขับขี่ เพิ่มอัตราเร่งหรือชลอตัวในช่วง เข้าโค้งได้อย่างมีเสถียรภาพ, สีสันใหม่แบบ Tri Color ที่เน้นสีแดงเพิ่มลุคสปอร์ต มาพร้อม เบาะนั่งแบบ Single seat ตามแบบฉบับของรถสปอร์ต-เรพลิก้าเต็มขั้น, ถังน้ำมันแบบ Titanium ที่แข็งแกร่ง ทนทาน แต่โดดเด่นที่สุดด้วยน้ำหนักที่เบามากๆ ทำให้มวลรวมของรถนั้นเบามากกว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีก และ ระบบเบรกของแบรมโบ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับระบบเบรกที่ใช้ในการแข่งขันในสนามระดับโลก ที่สามารถซับแรงกระเทือนได้ดีที่สุดสำหรับการขับขี่ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางโค้ง

โดยบทสรุปของ All New Honda CBR1000RR ทั้ง 2 เวอร์ชั่นนั้น เป็นรถที่ให้ขุมกำลังและออปชั่นมาแบบจัดหนักจัดเต็ม แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงคอนเซ็ปท์หลักของทางค่ายฮอนด้าเอาไว้ก็คือความเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ ซึ่งตรงนี้เป็นการตอกย้ำว่ารถที่ดีและแรงนั้น ไม่จำเป็นจะต้องขับขี่ยากเสมอไป และจากวันนี้เป็นต้นไปเพื่อนๆ ก็สามารถไปจับจองทั้ง 2 เวอร์ชั่นตามที่ชอบได้ในศูนย์ Honda Big Wing ทั่วประเทศ หรือจะรอสัมผัสตัวเป็นๆ กันได้ในงาน Motor Show 2017 ที่กำลังจะมาถึงนี้ แน่นอนว่ามันจะกลายเป็นรถซุปเปอร์สปอร์ต-เรพลิก้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในอนาคตอันใกล้นี้ เหมือนกับที่เคยทำได้มาจากรุ่นก่อนๆ อย่างไม่ต้องสงสัย

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของรถ All New CBR1000RR ทั้ง 2 รุ่น ได้ที่เว็บไซต์ www.hondabigbike.com และ www.facebook.com/hondabigbikeTH