พร้อมหรือยัง กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกของมอเตอร์ไซค์

bmw_e-boxer_select1-1024x768

ถ้าไม่มีอดีตก็ย่อมไม่มีอนาคต เมื่อทุกวันนี้ทุกอย่างก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ในอุตสาหกรรมของรถมอเตอร์ไซคเองนั้น ก็ได้มีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน วันนี้เราจะรวบรวมเอานวัตกรรมแห่งอนาคตของเจ้าสองล้อ ในทุกๆ แง่มุมมาเปิดเผยให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันว่ามีอะไรกันบ้างที่รอคอยเราอยู่ในวันข้างหน้า

ไฮบริด และ พลังงานไฟฟ้า
หลังจากประสบความสำเร็จของระบบไฮบริดในอุตสาหกรรมรถยนต์แล้ว การต่อยอดเพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมนี้ลงสู่เจ้าสองล้อ ซึ่งค่ายรถใหญ่ๆของโลกหลายค่ายให้ความสนใจและลงทุนในการพัฒนาระบบนี้เข้าสู่โลกของมอเตอร์ไซค์

ยกตัวอย่าง KTM ที่พัฒนารถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบลงสู่รถมอเตอร์ไซค์วิบากอย่างเจ้าซีรี่ย์ E-Ride และกำลังพัฒนาระบบนี้ลงไปสู่รถมอเตอร์ไซค์เนกเกตตระกูล Duke ซึ่งอาจจะเป็นค่ายใหญ่ค่ายแรกที่วางขายรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบนี้ในตลาดยุโรป ละอเมริกา และแน่นอนตลาดของเอเชียที่มีขนาดที่ใหญ่และมีผู้เฝ้ารอนวัตกรรมนี้อยู่มากมาย

รวมไปถึงค่ายใหญ่ค่ายอื่นๆที่เริ่มมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะเป็น Concert Link ของ BMW Motorard และรถวิบากพลังงานไฟฟ้าของ Honda อย่างเจ้า E-Rex ที่ยังอยู่ในช่วงของการผลิตตัวต้นแบบ และไม่เพียงแต่ค่ายใหญ่ๆที่สนใจนวัตกรรมนี้ยังมีค่ายมอเตอร์ไซค์ทางเลือกอีกหลายเจ้าที่เลือกที่จะผลิตแต่รถพลังงานสะอาดอย่างเช่น Essence Motorcycles ที่ล่าสุด ได้เปิดตัวต้นแบบ E-Raw ที่ทางค่ายให้นิยมไว้ว่า Moster of Torque

bmw-concept-11-2


Essence Motorcycles E-Raw

ระบบ All-Wheel Drive
แน่นอนว่าระบบขับเคลื่อนของรถมอเตอร์ไซค์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นในระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งในปัจจุบันนี้มีค่ายรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังพยายามพัฒนาระบบ All -Wheel Drive นี้มาใส่ในรถมอเตอร์ไซค์ โดยนำเอาเครื่องยนต์มาขับเคลื่อนล้อหลังและใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในรถยนต์ชื่อดังไม่ว่าจะเป็น Ferrari LaFerrari, Porsche 918 Spyder และ McLaren P1 ที่ใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาบและมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ


ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่าสองค่ายรถมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่ของโลกกำลังทำการพัฒนาระบบนี้เพื่อใส่ไว้ในรถมอเตอร์ไซค์ของตนเองนั้นก็คือ BMW Motorard และ Suzuki โดยทาง BMW กำลังนำเอาระบบสองพลังขับเคลื่อนนี้ใส่ในโมเดล R1200GS และ Suzuki กำลังพัฒนาระบบให้ใช้กับ Burgman บิ๊กสกู๊ตเตอร์ของทางค่าย

Riding Gear
อุปกรณ์ในการขับขี่นับวันยิ่งได้รับการพัฒนา เมื่อเปรียบกับ 10 ปีที่แล้วนั้น ชุดป้องกันหรือที่บ้านเราเรียกกันติดปากว่าเสื้อการ์ดก็ได้พัฒนาจากชุดหนังธรรมดาๆ เสริมด้วยแผ่นโลหะที่ทั้งหนักและเทอะทะ กลายเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและเนื้อผ้าหรือวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงเข้ามาแทนที่ รวมไปถึงถุงลมนิรภัยที่ช่วยป้องกันการกระแทกของบรรดานักแข่งในสนามก็เป็นนวัตกรรมที่ต่อยอดมาจากนวัยกรรมที่มีในรถยนต์นั้นเอง สองค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์ป้องกันอย่าง Dainese และ Alponestars เองก็ทำการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีกขั้น

Dainese D-Air อุปกรณ์ป้องกันที่สามารถใช้ได้ทั้งในสนามแข่งขันและการขับขี่บนท้องถนน โดยจะพองตัวก่อนการกระแทกกับวัตถุด้วยเซนเซอร์จำนวน 6 ขุด และรองรับ 4 จุดสำคัญคือ หัวไหล่สองข้าง หลัง และต้นคอ และระบบ Tech – Air ขง Alpinestar ที่มีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งทั้งสองระบบนี้ยังคงอยู่ในการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้นำมาใช้ในการขับขี่บนท้องถนน

อุปกรณ์อย่างหมวกกันน็อคได้รับการพัฒนาให้เข้ากับรูปแบบของการใช้งาน ซึ่งจะป้องกันสิ่งสำถัญที่สุดของร่างกาย จากอดีตที่ดูไม่มีลวดลายดูเรียบ แต่ในปัจจุบันนี้มีให้เลือกใช้กันได้หลากหลายสไตล์ จากวัตถุประสงค์ในการใช้ในโรงงานหรือการก่อสร้าง กลายมาเป็นอุปกรณ์เพื่อให้การขับขี่ของคุณนั้นสนุกมากขึ้น ทุกวันนี้มีวัสดุมากมายที่ถูกหยิบยกมาใช้ผลิต และราคาก็ไม่ได้แพงจนแตะต้องไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน แบรนด์ดังๆหลายแบรนด์ได้ทำการพัฒนาทั้งรปแบบ ลวดลาย และอัตถประโยชน์ที่จะได้มากกว่าการใส่เพื่อป้องกันการกระแทก


ยกตัวอย่างแบรนด์ดังอย่าง AGV ในรุ่น Pista GP-R ที่เปลือกนอกของหมวกนั้นใช้เส้นใยคาร์บอยที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็.แรง ยืดหยุ่นสูง มาเป็นส่วนประกอบหลัก 100% และยังมีการออกแบบ Spoilers ขนาดเล็กไว้ด้านหลังเพื่อช่วยในหลักพลศาสตร์ทำให้การแหวกลมของผู้ขับขี่ดีขึ้นนั้นเอง

ที่จะไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้ก็คือนวัตกรรม In Helmet Display หรือระบบหน้าจอแสดงผลในชิลด์หมวกกันน็อค ที่จะช่วยให้เราไม่ต้องละสายตาออกจากถนนขณะที่ก้มเพื่อดูข้อมูลบางอย่างจากหน้าจอแสดงผลเดิม และอาจจะเพิ่มเติมในส่วนของระบบนำทาง หรือ GPS เข้ามาอีกด้วย เรียกได้ว่าเพิ่มความสะดวกสบายกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก

นี้เป็นเพียงส่วนหนางของนวัตกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ สรุปได้เลยว่าการพัฒนาของระบบต่างๆของรถมอเตอร์ไซค์นั้นไม่มีวันจบสิ้นลงง่ายๆ และไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเข้ามาสู่จักรวาลนี้ แม้ว่าเราเองจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างช้าๆ แต่กับนวัตกรรมบางอย่างก็อาจจะมีขัดหูขีดตาเราอยู่ไม่มากก็น้อย เราคงต้องเปิดใจและทดลองถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่แน่คุณอาจจะเปลี่ยนใจจากไม่ชอบมันในตอนแรก กลายเป็นขาดมันเลยเสียก็ไม่ได้ อันนี้คงต้องทดลองใช้กันเองนะครับ อนาคตของรถจักรยานยนต์มีความแข็งแรงและมันจะไม่หายไปตราบเท่าที่ความรักของเจ้าสองล้อยังคงไหลในเลือดและจิตวิญญาณของเรา

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.bikesrepublic.com shifting-gears.com