มาแล้ว! ภาพ render ของ New Kawasaki Ninja 150 และ Z150 ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

kawa

จากที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ทางค่ายยักษ์เขียว Kawasaki เองนั้นก็ได้มีการประกาศว่าพวกเค้าเองนั้นเตรียมจะเปิดตัวรถ 2 โมเดลล่าสุดในตระกูลดังอย่าง New Ninja 150 (125) และ New Z150 (125) ซึ่ง ณ ตอนนั้นพวกเราเองก็ยังไม่ได้เห็นภาพแบบชัดเจนมากนัก เป็นเพียงภาพโครงร่างในเงามืดเท่านั้น แต่ว่าในตอนนี้ทาง julaksendiedesign เองก็ได้ทำภาพเรนเดอร์ที่อ้างจากภาพเปิดตัว เราลองไปดูรายละเอียดของทั้งการออกแบบและตัวรถเต็มๆ ด้วยกันเลย

ซึ่งการประกาศครั้งนี้ของทางค่าย Kawasaki ได้ประกาศในงาน EICMA Show ที่ผ่านมา เกี่ยวกับรถในระดับคลาสเริ่มต้นจากทางค่าย Kawasaki ที่จ่อคิวเตรียมเปิดตัว 2 โมเดลจากทางค่ายอย่าง New Ninja 150 (125) และ New Z150 (125) โดยในคลาส 125 นั้นจะทำตลาดในฝั่งยุโรปบางประเทศ และคาดการณ์ว่าคลาส 150 จะทำตลาดในฝั่งเอเชีย รวมไปถึงลุ้นการเปิดตัวในประเทศไทยเราด้วย ซึ่งถือว่าน่าจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะว่าทางค่ายเองนั้นห่างหายไปนานจากการทำรถในคลาสนี้สำหรับแนวสปอร์ตแฟร์ริ่งและสปอร์ตเนกเกต ไม่นับรถมินิไบค์อย่าง KSR หรือว่า Z-PRO ก่อนหน้านี้ โดยในขณะนี้เรายังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนมากนักของตัวรถ มีแต่เพียงภาพเงาอย่างที่เห็นกันนี้ อย่างไรก็ตามดูจากรูปร่างแล้วก็พอจะเดากันได้ว่ามันจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับ Ninja 250-SL และ Z250-SL นั่นเอง

ซึ่งทางประธานของ Kawasaki Motorcycle & Engine Company อย่างคุณคาซูโอะ โอตะได้กล่าวไว้ว่า “นี่คือสองโมเดลใหม่ที่ทางเราพัฒนาขึ้นมา โดยมีแนวทางในการออกแบบที่เป็นสไตล์ของ Kawasaki อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิศวกรรมยานยนต์หรือคุณภาพของการขับขี่ ที่เราจะมองไปถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ซึ่งทั้งสองโมเดลนี้อยู่ในคลาสที่มีผู้คนใช้งานเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการขี่รถมอเตอร์ไซค์ในสไตล์สปอร์ต ซึ่งพวกเรามั่นใจในสองโมเดลนี้เอามากๆ ว่ามันจะตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี”

ซึ่งหากจะมองในท้องตลาดแล้ว ตอนนี้ก็นับว่ามีคู่แข่งอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวในคลาสนี้ ไม่ว่าจะเป็น Suzuki GSX-R125 (R150) และ GSX-S125 (S150) ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ยังไม่นับไปถึงรถจากทางฝั่ง Honda และ Yamaha ที่รุกหนักในตลาดเอนทรี่คลาสตอนนี้ โดยเรามาจับตาดูหลังจากนี้อีกไม่นานเกินรอ เจ้า New Ninja 150 และ Z150 จะออกสู่ตลาดกันแล้ว พร้อมทั้งราคาที่น่าจะไม่เกินแสนบาท (หากแปลงเป็นเงินไทย) เพื่อต่อกรกับคู่แข่งทั้งหลายในท้องตลาดตอนนี้ และมีโอกาสสูงมากๆ ที่มันจะผลิตในประเทศไทยเช่นเดียวกับโมเดลก่อนๆ หน้านี้ด้วย

ขอบคุณภาพจาก julaksendiedesign.wordpress.com