รีวิวการขับขี่จริง All New Yamaha MT-10 ลูกพี่ใหญ่แห่งตระกูล MT

1495527270789

เชื่อว่าเจ้าปีศาจบิ๊กไซส์คันนี้จะเป็นรถที่เพื่อนๆ หลายคนนั้นจับตามองดูมันอยู่อย่างแน่นอน เพราะว่ามันเป็นพี่ใหญ่สุดของตระกูลระเนกเกตจากทาง Yamaha อย่าง All New MT-10 นั่นเอง ที่มีพื้นฐานของเครื่องยนต์มาจาก YZF-R1 แต่ก็แน่นอนว่ามันมีฟีลลิ่งทั้งหลายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ทางทีมงาน GreatBiker จะอาสาพาไปชมกันครับ ว่ามันจะเป็นอย่างไรกันบ้าง กับการทดสอบตัวรถในสนามช้างอินเตอร์เนชันเนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

มารู้จักกันกับ All New Yamaha MT-10 กันก่อน

IMG_8255

สำหรับ Yamaha MT-10 นั้นเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล MT ปัจจุบันนี้ โดยมีเครื่องยนต์พื้นฐานมาจาก all new Yamaha R1 นั่นเอง โดยถือว่าเป็นรุ่นเรือธงของทางค่ายเลยก็ว่าได้ ซึ่งคู่แข่งในปัจจุบันนั้นก็คือ Z1000, CB1000R และ GSX-S1000 ที่มีสเปคและจุดขายค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน แต่ MT-10 นั้นถือว่าเป็นน้องใหม่ที่คลอดออกมาทีหลัง ทำให้มีโอกาสที่จะทำการบ้านและเตรียมตัวมาได้ค่อนข้างดี ดีไซน์ของ MT-10 นั้นถือว่ามีความแปลกแยกไปจากตระกูล MT คันอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยไฟหน้านั้นใช้เป็นแบบคู่แบบโปรเจคท์เตอร์ ดูแล้วมีหน้าตาคล้ายกับหุ่นยนต์ ในขณะที่ MT คันอื่นจะเป็นแบบไฟเดี่ยว และด้านหน้าจะมีชิลด์ตัดลมขนาดเล็กให้ แต่ก็ดูเหมาะสมลงตัวพอดีกับรถในสไตล์เนกเกตอย่างนี้ ตัวถังน้ำมันนั้นมีความเฉียบคมในการออกแบบอย่างชัดเจน ภาพรวมแล้วถือว่าทาง Yamaha ตั้งใจจะให้เป็นรถ Street Fighter แบบเต็มตัว ที่เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลัก แต่ขุมกำลังมาแบบมหาศาล

หน้าจอแสดงผลของ MT-10 นั้นเป็นแบบ fully digital ที่ยกเอามาจาก R1 โฉมใหม่เลย โดยมีทั้งการวัดรอบ วัดความเร็ว นาฬิกา ตำแหน่งบอกเกียร์ รวมไปถึงโหมดในการขับขี่ และแสดงการทำงานของ ABS และฟังก์ชั่นอื่นๆ ด้วย โดยขุมกำลังนั้นมีความจุกระบอกสูบอยู่ที่ 998cc ให้แรงม้ามาที่ 165 ตัวและทอร์คเท่ากับ 102 นิวตันเมตร ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว DOHC โดยเครื่องยนต์นั้นมีการปรับจูนให้รถมีกำลังจัดจ้านมากๆ ในย่านความเร็วต้นถึงกลาง ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด คลัทช์เป็นแบบสลิปเปอร์ ซึ่งธรรมชาติของรถในแนวนี้จะเน้นท่าทางในการขับขี่ที่สบาย มีแรงบิดมหาศาลในจังหวะจะเร่งจะแซง แต่ความเร็วปลายอาจไม่จัดจ้านมากนักเพราะแรงลมจะประทะกับตัวเราอยู่ตลอด

มิติของตัวรถนั้นมีความยาว 2095 mm กว้าง 800 mm และสูง 1110 mm ถือว่าขนาดใหญ่เอาเรื่องเลยทีเดียว ความห่างระหว่างใต้ท้องรถถึงพื้นนั้นอยู่ที่ 130 mm  แต่ฐานล้อนั้นค่อนข้างสั้นอยู่ที่ 1400 mm เท่านั้น ให้รถมีความคล่องตัวสูงในการคอนโทรล ตรงนี้ถือว่าช่วยได้เยอะทีเดียวเวลาขับขี่กันในเมือง ในขณะที่ถังน้ำมันมีความจุมาให้อยู่ที่ 17 ลิตร

ขยับมาต่อกันที่ระบบช่วงล่างกันบ้าง MT-10 นั้น ใช้โช๊คอัพหน้าแบบ USD ขนาด 43 mm แบบปรับระดับได้อย่างเต็มตัว ในขณะที่โช๊คอัพหลังเป็นแบบสวิงอาร์ม เบรกนั้นนั้นเป็นแบบ ทวิน ไฮดรอลิก ขนาด 320 mm หลังเป็นแบบเดี่ยวขนาด 220 mm ทำงานร่วมกับระบบ  ABS ทั้งหน้าและหลัง และทาง Yamaha นั้นแจ้งมาว่า MT-10 มาพร้อมกับท่านั่งในการชับชี่ที่สะดวกสบาย การคอนโทรลแฮนด์รถนั้นมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ไฟโปรเจคท์เตอร์ด้านหน้านั้นจะช่วยส่องสว่างได้มากในยามค่ำคืน ต่างกับไฟแบบฮาโลเจนอย่างชัดเจน อีกทั้งพวกฟังก์ชั่นและโหมดต่างๆ ในการขี่ ที่จะช่วยให้ผู้ขี่มีความปลอดภัยสูงสุดในแต่ละสถานการณ์จริง

ทดสอบการขับขี่จริงโดยทีมงาน GreatBiker

การขับขี่และระบบเบรกกับช่วงล่าง

เรื่องของการขับขี่จะต้องบอกว่า “สนุก” เอามากๆ แม้ว่ามิติรถจะค่อนข้างใหญ่ แต่กลับให้ความคล่องตัวที่สูง การเข้าโค้งทำได้แม่นยำ แต่การใช้งานแฮนด์รถนั้นอาจจะไม่รวดเร็วเท่ารถในแนวสปอร์ต (องศากว้างกว่า) การวิ่งด้วยความเร็วสูงนั้นค่อนข้างเสถียร เทียบได้กับรถคู่แข่งในคลาสใกล้เคียงกันที่ราคาสูงกว่ามากๆ ได้เลยทีเดียว ระบบเบรกนั้นถือว่าแข็งแรง หนึบ ระยะเบรกสั้น และ ABS ของ Bosh นั้นก็ตอบสนองได้ดี ส่วนของระบบช่วงล่างนั้นยังคงฟีลลิ่งของความเป็นสปอร์ตอยู่ มีความกระชับและแข็งในบางจังหวะ น่าเสียดายที่ MT-10 นั้นไม่มีระบบอย่าง six-axis internal gyro ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ traction control (ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี) มาให้เหมือนอย่างกับ R1 แต่ก็เข้าใจได้ว่าด้วยสไตล์ของรถและการทำราคานั้นจะเน้นกลุ่มเป้าหมายอีกแบบหนึ่ง จึงเลือกที่จะตัดระบบตรงนี้ออกไป

เครื่องยนต์

ทาง Yamaha เองนั้นได้ตัดสินใจที่จะลดแรงม้าที่มากกว่า 200 ตัว จากรถในแนว racing แบบลงแข่งในสนามของ R1 ลงมาเหลือที่ 165 ตัว แต่เพิ่มเติมในส่วนของทอร์คหรือว่าแรงบิดเข้าไปให้เหมาะสมกับแนวรถเนกเกตที่ไม่ต้องการความเร็วปลายมากเท่าไหร่ ซึ่งทำให้การใช้งานในเมืองหรือว่าจังหวะแซงแบบต้องการเรียกรอบแบบทันทีจะมาได้ดั่งใจมากที่สุด  เมื่อเทียบกับแนวของรถแล้วถือว่าเหลือเฟือในด้านของขุมกำลัง  ดังนั้นแล้วสำหรับเรื่องเครื่องยนต์นั้น เอาคะแนนไปเต็ม 5 ดาวเลย

คุณภาพงานประกอบ และความน่าไว้วางใจของตัวรถ

เมื่อยกเอารถหัวหอกคันสำคัญอย่าง R1 มาแปลงเป็นรถในแนวเนกเกต คุณภาพทีไ่ด้รับนั้นก็ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะว่าถอดแบบโครงสร้างพื้นฐานมาทั้งคัน ซึ่งกว่าจะมาถึงตรงจุดนี้ก็เท่ากับได้ปล่อยให้ R1 นั้นเป็นตัวทดสอบการใช้งานจริงมาประมาณปีหนึ่งแล้ว และปรับปรุงในบางจุดให้ดีขึ้นและเหมาะสมกับรถในแนวเนกเกต และงานประกอบที่เนี๊ยบเอามากๆ แทบจะทุกจุด ตรงนี้ทางค่ายยังรักษามาตรฐานรถในคลาสนี้เอาไว้ได้อย่างดีเช่นเคย

ภาพรวมและความคุ้มค่า

เมื่อเรามอง MT-10  ที่มีราคาถูกกว่า R1 ที่เป็นรถต้นแบบมากๆ รวมไปถึงรถแนวเนกเกตในคลาสใกล้เคียงกันจากทางฝั่งยุโรปแล้ว มันก็เป็นรถบิ๊กไบค์ที่มีความคุ้มค่าเอามากๆ ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบเบรก, ช่วงล่าง, เครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ โหมดในการขับขี่, ครูซคอนโทรล (วิ่งเอาอัตโนมัติ ไม่ต้องบิดคันเร่ง), traction control และการเซ็ทตัวรถที่รองรับพวกของแต่งอย่างเป็นทางการจาก Yamaha สำหรับการออกทริปอย่างเต็มตัว (วินด์ชิลด์, กระเป๋าข้าง, เบาะนั่งแบบทัวร์ริ่งที่สบายกว่า ฯลฯ) มันก็จัดว่าเป็นรถซุปเปอร์เนกเกตในท้องตลาดปัจจุบันที่น่าใช้มากๆ

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ที่เอื้อเฟื้อรถสำหรับการทดสอบในครั้งนี้ และแน่นอนว่าโอกาสต่อไป ทางทีมงาน GreatBiker เองนั้นจะนำรีวิวรถที่น่าสนใจมาฝากกันอีกอย่างแน่นอน