รีวิว Kawasaki W800 (Specs Review)

005743591

ถือว่าเป็นรถบิ๊กไบค์อีกหนึ่งรุ่นที่เหล่าไบค์เกอร์ในบ้านเราให้ความสนอกสนใจกันไม่น้อย กับรถในแนวเรโทร-คลาสสิกอย่าง Kawasaki W800 หล่อๆ คันนี้ เพราะว่าทางต่างประเทศบางประเทศก็ได้มีโอกาสสัมผัสมันไปกันเป็นเวลาหลายปีแล้ว และทีนี้ในบ้านเราเองนั้นจะมีโอกาสได้สัมผัสกันหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นคำถามที่ไม่ชัดเจนนัก แต่ว่าจากข่าวที่หลุดออกมาว่าทาง Kawasaki บ้านเราเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในปีหน้าอยู่หลายรุ่นทีเดียว บางทีก็พอจะแอบลุ้นได้เหมือนกันกับโมเดลนี้ อย่างไรก็ตามในตอนนี้เราลองไปทำความรู้จักกับมันให้มากขึ้นกันกว่านี้ก่อน

Kawasaki W800 นั้นเป็นรถที่มีพื้นฐานในเจนของแนว Naked แต่การออกแบบโครงรถและภาพรวมแล้วเป็นรถอารมณ์ของรถคลาสสิกแบบเต็ม เหมือนกับย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของรถในแนวเนกเกตเมื่อครั้งก่อกำเนิดอีกครั้ง โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบไฟกลมขนาดใหญ่ และล้อเป็นแบบซี่ลวด ในขณะที่เบาะนั้นเป็นแบบเบาะตอนเดียว ยกระดับด้านหลังขึ้นเล็กน้อย ตัวถังน้ำมันมีขนาดค่อนข้างกระชับ และมีลวดลายกราฟิกตัดเข้ามา พร้อมกับตัวแปะนูน W ตามชื่อรุ่นนั่นเอง ซึ่งภาพรวมของรถคันนี้แล้วจะไม่มีการดีไซน์ที่ซับซ้อน แต่จะใช้ความเรียบง่ายและลักษณะของโครงรถดิบๆ บวกกับเครื่องยนต์เป็นจุดขายด้านความหล่อเหลาในตัวของมันเอง

เครื่องยนต์มีขนาดความจุอยู่ที่ 773 cc 4 จังหวะ 2 สูบตั้งแบบทวิน ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักอยู่ที่ 77.0 x 83.0 mm มีกำลังอัดเท่ากับ 8.4:1 ระบายความร้อนด้วยอากาศ SOHC 8 วาล์ว โดยระบบการจ่ายน้ำมันนั้นเป็นแบบหัวฉีด สตาร์ทไฟฟ้า ในส่วนของพละกำลังนั้น จะให้แรงม้ามาอยู่สูงสุดที่ 48 PS ที่ 6,500 รอบต่อนาที และทอร์คจะเท่ากับ 60 Nm ที่ 2,500 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 5 สปีดแบบรีเทิร์น และส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ ตรงนี้จะเห็นได้ชัดเจนว่ามันเป็นรถที่บ้าพลังในช่วงรอบต้นๆ มากๆ เรียกได้ว่าบิดเป็นมาได้ดั่งใจ แต่จะไปแผ่วเอาในช่วงแรงปลาย ซึ่งก็ไม่แปลกแต่อย่างใดกับรถแนวนี้ เพราะเน้นการขี่แบบชิลๆ หล่อๆ ในเมืองอยู่แล้ว

ส่วนต่อมาในเรื่องของเฟรมนั้นจะเป็นแบบ Double-cradle เหล็กกล้าที่ให้ความทนทานสูง ขนาดยางหน้าจะเท่ากับ 100/90-19M/C และยางหลังเท่ากับ 130/80-18M/C คลัทช์เป็นแบบเปียกซ้อนกันหลายแผ่น ระบบเบรกนั้นด้านหน้าเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 300mm แบบ 2 piston ส่วนด้านหลังเป็นดรัมเบรก ในขณะที่ระบบกันสะเทือนนั้นด้านหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิก 39mm และด้านหลังเป็นโช๊คอัพคู่ที่สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ 5 ระดับด้วยกัน ส่วนมิติของตัวรถนั้นจะมีขนาด 2,190 x 790 x 1,075 mm ระยะห่างระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง (ฐานล้อ) เท่ากับ 1,465 mm ส่วนความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถจะเท่ากับ 125 mm ส่นวของน้ำหนักตัวนั้นค่อนข้างจะเยอะทีเดียว อยู่ที่ 217 กก. แต่การคอนโทรลรถขณะวิ่งไม่ลำบาก เพราะจุดศูนย์ถ่วงของรถอยู่ค่อนข้างต่ำ ความสูงเบาะจะเท่ากับ 790 mm และถังน้ำมันนั้นมีความจุมาอยู่ให้ที่ 14 ลิตร ก็ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

ใครที่สนใจโมเดลนี้ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าจะมีมาขายกันในบ้านเราหรือเปล่า โดยราคาที่ขายกันในเมืองนอกอยู่ที่ประมาณ 350,000 บาท ซึ่งถือว่าแรงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ก็เหมาะกับคนที่ชื่นชอบในรถแนวนี้กันจริงๆ ซึ่งคู่แข่งของมันในตลาดโลกตอนนี้ก็หนีไม่พ้นพวกตระกูลคลาสสิกจากไทรอัมพ์นั่นเอง หากว่ามีความคืบหน้าอย่างไรเกี่ยวกับโมเดลนี้ในบ้านเรา ทาง GreatBiker.com จะรีบอัพเดทให้ทันที

ขอบคุณภาพจาก qqmtc.com planetjapanblog.blogspot.com omnimoto.it