รีวิว new Honda CBR500R 2016 (Specs Detail)

2016-honda-cbr500r-unveiled-looks-sharp-and-agile-photo-gallery_6

หลังจากที่ทำการเปิดตัวกันไปอย่างเป็นทางการกับเจ้า new Honda CBR500R 2016 กันไปแล้ว หลายๆ คนก็น่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงกันในเบื้องต้น เมื่อเทียบกับโมเดลเก่าที่ผ่านมา วันนี้ทางเราเลยอยากจะนำสเปคโดยละเอียดมาฝากกัน ลองไปดูกันที่ด้านล่างนี้เลยครับ

เริ่มจากที่ด้านขุมกำลังกันก่อนเลย ตัวเครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่องยนต์เดิมขนาด 471cc สองสูบเรียง (inline twin) โดยเน้นจุดเด่นที่อัตราเร่ง (ทอร์ค) ที่แข็งแรงในความเร็วช่วงต้นและช่วงกลาง มีขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชักอยู่ที่ 67.0mm x 66.8mm จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดแบบ PGM-FI อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทางของค่ายฮอนด้า การจุดระเบิดควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ มีกำลังอัดอยู่ที่อัตรา 10.7:1 DOHC 4 วาล์วต่อกระบอกสูบ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ของโอริง

หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ FULLY DIGITAL และช่องเสียบกุญแจเป็นแบบนิรภัย

ต่อมาในเรื่องของการดีไซน์นั้น ไฟหน้าจะเป็นแบบ LED dual headlight หน้าตาของตัวรถด้านหน้าจะมีความดุดันมากขึ้นกว่าเดิม มีวินด์ชิลด์ที่กว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงเส้นสายที่ใช้ในการดีไซน์ของตัวรถนั้นก็จะดูค่อนข้างคมมากกว่าเดิมด้วย โดยจะเน้นในส่วนของการทำแอร์โรว์ไดนามิกเป็นพิเศษ ส่วนของท่อรถนั้นก็ได้ทำการเปลี่ยนดีไซน์ใหม่เลย (ไม่เชยเหมือนโมเดลเดิมแล้ว) ดูมีความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะละม้ายคล้ายคลึงกับท่อรถของตระกูลนินจานั่นเอง ต่อมาส่วนที่ได้รับการปรับปรุงก็คือถังน้ำมันที่มีความจุมากขึ้นกว่าเดิม ฝาถังน้ำมันเวลาเราเปิดก็ไม่ต้องถือติดมือมาแล้ว แต่มันจะมีขอเกี่ยวกับตัวถังให้เปิดฝาค้างไว้ได้แล้ว สุดท้ายก็คือเบาะนั่งที่มีการปรับปรุงกันใหม่ให้มีการแบ่งแยกชัดเจนมากขึ้นระหว่างผู้ขี่และผู้ซ้อน โดยมีพนักผิงตั้งฉาก 90 องศารองรับสะโพกของผู้ขับขี่อยู่ และเบาะของคนซ้อนก็เป็นเส้นตรงมากขึ้น ไม่ได้ลาดเอียงเหมือนกับโมเดลแรก

ไฟหน้าเป็นแบบ FULL LED และดีไซน์ใหม่ให้ดูเฉียบคมมากขึ้นกว่าเดิม

ดูกันชัดๆ กับท่อแบบใหม่

มาดูกันที่เรื่องของช่วงล่างกันต่อเลย ระบบเบรกของเจ้า new CBR500r นั้นยังคงใช้ระบบ ABS เหมือนเดิม โดยด้านหน้าก็ยังคงเป็นจานเบรกเดี่ยว แบบ Twin-piston caliper ด้านหลังเป็นจาดเบรกเดียวแบบคลื่นเช่นกัน ขนาด 240mm แต่เปลี่ยนรูปแบบจากจานกลมมาเป็นจานเบรกแบบคลื่นขนาด 320mm และสามารถปรับระดับของก้านเบรกได้ด้วย และสำหรับระบบกันสะเทือนนั้น ด้านหน้าจะเป็นเทเลสโคปิกแบบสามารถปรับระยะพรีโหลด (การคืนตัว-ยุบตัว) ได้ และระบบกันสะเทือนด้านหลังจะเป็นแบบ Pro-Link โดยจะมีตำแหน่งให้สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ถึง 9 ตำแหน่งด้วยกัน

ก้านเบรกที่สามารถปรับระดับได้

แน่นอนว่ารีวิวในการขับขี่จริงน่าจะออกมาให้เราได้อ่านกันเร็วๆ นี้ สำหรับสีที่จะวางจำหน่ายกันก็จะมีสามสีด้วยกันคือ แดง, ขาวมุก และ ดำเมทัลลิก โดยจะเริ่มต้นวางจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้าด้วยกัน ในบ้านเราเองนั้นก็น่าจะตามกันมาติดๆ โดยจะมาแทนที่โมเดลเดิมในตระกูล 500 ที่วางขายกัน เพราะว่าบ้านเราเป็นหนึ่งในฐานผลิตหลักของตระกูลนี้อยู่แล้ว โดยมีการคาดหมายว่าราคาของตัวรถนั้นจะแพงมากขึ้นกว่าเดิมไปเล็กน้อย เพราะมีการปรับปรุงหลายๆ อย่างให้มีสเปคดีมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

ขอบคุณภาพจาก autoevolution.com

อ่านข่าวรถบิ๊กไบค์ล่าสุด 2016 คลิกที่นี่เลย