รีวิวการขับขี่จริง Ryuka Breakout 150S โดยทีมงาน GreatBiker

Ryuka_BREAKOUT_150_S_2.00_07_54_29.Still001

นับว่าเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งนึงที่เราได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์มอเตอร์ไซค์อย่างค่ายริวก้า ที่ได้นำรถมาให้ทีมงานได้รีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน  จะต้องบอกว่ารถมอเตอร์ไซค์จากค่ายนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากบรรดาสื่อมวลชนและเหล่าไบค์เกอร์ในบ้านเรา ด้วยรูปลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์ในรุ่นต่างๆ ที่หลากหลายสไตล์ ประกอบกับราคาที่จับต้องได้ง่าย ถือว่าเป็นอีกค่ายที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก

สำหรับค่ายริวก้านั้น ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1992 เป็นเครืออุตสาหกรรมเทคโนโลยี ระดับสูง ด้านอุตสาหกรรม และ การค้าภาคเอกชนขนาดใหญ่ ที่รวมกันพัฒนาการผลิตและการจัดจำหน่าย ไว้เป็นหนึ่งเดียว เป็นบริษัทร่วมทุนการค้าระหว่างบริษัท จงเซิน กรุ๊ปประเทศจีน เพื่อผลิตรถจักรยานยนต์ยี่ห้อริวก้า (RYUKA) บริษัทฯ ก่อตั้งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตจักรยานยนต์ที่มีคุณภาพดี มีประสิทธิภาพสูงและมีราคาเหมาะสมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลายในประเทศไทย ด้วยความเข้มแข็งและเอาใจใส่ในการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

โดยรถที่ทางทีมงานจะนำมารีวิวให้เพื่อนได้ชมจากทางริวก้านั้น มีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อนๆ สามารถติดตามกันได้จากทุกช่องทางของ GreatBiker ซึ่งเราจะทะยอยปล่อยรีวิวออกมาทีละรุ่น อย่างรุ่นแรกที่เราจะมารีวิวกันนั้นเป็นเจ้า ริวก้า เบรคเอ้าท์ 150 เอส ครับ สำหรับริวก้า เบรคเอ้าท์ 150 เอส เป็นรถจักรยานยนต์แนวมินิสตรีทไบค์ ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระชาวเอเชีย ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ง่าย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในเรื่องของสไตล์รถ มาจากรถบิ๊กไบค์ ในฝั่งยุโรปครับ

จุดเด่นของเจ้า ริวก้า เบรคเอ้าท์ 150 เอส อยู่ที่ไฟ LED รอบคัน ไฟหน้าทรงกลมโต ที่มาพร้อมแถบไฟเดย์ไลท์ ที่สามารถเปิดปิดได้อย่างอิสระ มองเห็นชัดเจนเมื่ออยู่บนท้องถนน ไฟท้ายที่ออกแบบมาใหม่ไม่ซ้ำใคร มาพร้อมกับไฟเลี้ยวLED ขนาดใหญ่ที่มาเป็นชิ้นเดียวกัน โครงรถเป็นแบบโครงถักแบบ trellis frame ให้อารมณ์รถสปอร์ตมากยิ่งขึ้น  เบาะเป็นแบบเบาะหนังตอนเดียวยกระดับ

ริวก้า เบรคเอ้าท์ 150 เอส นั้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบ 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ ขนาด 150 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์เป็นแบบคาบูเรเตอร์  ระบบจุดสตาร์ทแบบไฟฟ้า  มิติรถอยู่ที่  850 x 1,760 x 1,010 มิลลิเมตร  โดยความสูงจากพื้นถึงเบาะอยู่ที่ 800 มิลลิเมตร ถือว่าไม่สูงมากนัก  ระบบคลัชท์เป็นแบบเปียก 5 แผ่นซ้อนกัน  เกียร์แบบสปอร์ต 5 สปีดด้วยกัน

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ โช้คเทเลสโคปิคหัวกลับ Upside Down โช้คหลังเป็นแบบโช้คแก๊สเดี่ยว สามารถปรับระดับได้ ระบบเบรกทั้งล้อหน้าและหลังเป็นดิสเบรก โดยด้านหน้าจะมีปั้มเบรกแบบลูกสูบคู่  ในขณะที่ปั้มเบรกหลังนั้นเป็นแบบลูกสูบเดี่ยว ขนาดยางหน้าอยู่ที่ 120/70 และยางหลัง 130/70 มาพร้อมกับล้อแม็กขนาด 14 นิ้ว  น้ำหนักของตัวรถอยู่ที่120 กิโลกรัม  ถังน้ำมันบรรจุเชื้อเพลิงได้ 14 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานจริงเอามากๆ เมื่อเทียบกับขนาด cc ของตัวรถ

หลังจากที่ทราบข้อมูลตัวรถกันไปแล้ว ทางทีมงานก็จะได้ลองขับขี่ทั้งทางที่มีการจราจรติดขัดและทางที่สามารถขับขี่โดยใช้ความเร็วได้เต็มที่ มาดูกันว่าเจ้าริวก้า เบรคเอ้าท์ 150 เอส คันนี้จะเป็นอย่างไรบ้างสำหรับการขับขี่จริงๆ ไปชมกัน เจ้าริวก้า เบรคเอ้าท์ 150 เอส คันนี้มีจุดศูนย์ถ่วงอยู่ตรงกลางของรถ  ทำให้ขับขี่ในทางแคบหรืออุปสรรค์บนท้องถนน ก็สามารถขับขี่ผ่านไปได้อย่างสบาย  ด้วยแฮนด์บาร์ที่ค่อนข้างกว้างและการวางองศาของแฮนด์ ก็ทำให้ผู้ขับขี่เองไม่รู้สึกเมื่อยเมื่อขับไปนานๆ แถมอัตราเร่งยังทำได้ในระดับดี โดยความเร็วท๊อปสปีดที่ทีมงานทำได้อยูที่ประมาณ 110 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับนึง โดยอาจจะทำความเร็วได้มากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมด้วย และในช่วงความเร็วนี้ ตัวรถก็มีอาการสั่นอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในระดับที่รับได้ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำได้ดีในระดับของรถคาร์บูเรเตอร์

โดยรวมแล้วเจ้า ริวก้า เบรคเอ้าท์ 150 เอส คันนี้เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นขี่รถคลัชท์ทั้งหญิงและชาย จะขี่ไปเรียนหรือไปทำงานก็เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ด้วยมิติของรถเองเหมาะกับสรีระของคนไทย  น้ำหนักก็ไม่ได้มากจนเกินไป และดีไซน์ต่างๆ ก็ถือว่าทันสมัย และมีความสนุกอยู่ในตัวสำหรับการขับขี่ มีจุดเด่นที่การออกแบบซึ่งเชื่อว่าจะโดนใจไบค์เกอร์หลายๆ คน และที่สำคัญก็คือในเรื่องของราคานั้นก็ไม่ได้แรงเลย  สามารถจับต้องได้ง่ายครับ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ บริษัท ซองเซน แมชชินเนอรี แมนูแฟคเอจริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ได้เอื้อเฟื้อรถจักรยานยนต์ให้ ทีมงาน GreatBiker ได้รีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน  และอย่าลืมติดตามการรีวิวของทาง GreatBiker กับรถรุ่นอื่นๆ จากทาง ริวก้า อีกในครั้งต่อไปนะครับ

ขอบคุณสถานที่ในการถ่ายทำ กาดสวนแก้ว