รีวิว Suzuki TU250X (outsource review)

14_classic_bike_shootout-90

ถือว่าเป็นรถอีกรุ่นหนึ่งที่แฟนๆ นักบิดในบ้านเรานั้นให้คึวามสนใจกันอย่างมากทีเดียว กับเจ้ารถแนวคลาสสิคสุดหล่ออย่าง Suzuki TU250X ที่ราคาวางขายในเมืองนอกอยู่ที่ราวๆ 125,000 บาทเท่านั้น นับว่าทางค่าย Suzuki ประสบความสำเร็จในการเจาะกลุ่มตลาดตรงนี้ไม่น้อยทีเดียว วันนี้เรามีบทความรีวิวในการขับขี่จริงจากทาง motorcycle-usa มาฝากกัน

14_classic_bike_shootout-117.jpg

คอนเซ็ปท์หลักๆ ของเจ้าคันนี้เลยก็คือเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน มันมากับเครื่องยนต์ขนาด 249cc แบบ 1 สูบ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด และมีน้ำหนักตัวรถที่เบามากๆ แต่ถึงจะเห็นเป็นทรงคลาสสิกอย่างนี้ก็ยังมีสตาร์ทมือมาให้แล้ว ทางค่าย Suzuki นั้นมุ่งเน้นที่จะให้มันออกมาดูมีความเป็นคลาสสิกและก็หล่อแบบจิ๊กโก๋มากที่สุด และเราเห็นด้วยว่ามันเป็นรถที่ simple มากๆ เมื่อเทียบกับพวกคู่แข่งแนวเดียวกันในตลาด ตรงนี้เองถือว่าทำให้มันสามารถบำรุงรักษาได้อย่างง่ายดาย และประหยัดเงินในกระเป๋า

14_classic_bike_shootout-120.jpg

โดยสื่อมวลชนในต่างประเทศต่างก็ยกให้มันเป็นรถที่โดดเด่นในเรื่องของหน้าตาและราคา และเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ ด้วยความสูงของเบาะรถที่ 30.3 นิ้วเท่านั้น เรียกได้ว่ามันเหมาะสมกับทุกสรีระ หรือแม้แต่ผู้หญิงก็สามารถขับขี่มันได้ง่ายๆ โดยแน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของมันก็คือการใช้งานในชีวิตประจำวัน บนท้องถนนที่มีทั้งสภาพการจราจรที่ติดขัด หรือถนนแคบๆ มันก็สามารถคอนโทรลให้ไปได้อย่างง่ายๆ อีกทั้งน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างจะเบาก็เป็นอีกหนึ่งข้อดีด้วย

14_classic_bike_shootout-118.jpg

การที่เจ้า Suzuki TU250X นั้นมีระบบสตาร์ทมือมาให้ด้วยนั้นก็ทำให้ชีวิตของคุณนั้นง่ายขึ้นมาอีก แน่นอนว่ามันอดที่จะนำไปเทียบกับคู่แข่งในคลาสที่สูงกว่ามาอีกนิดอย่าง SR400 ไม่ได้ เพราะว่านั่นเป็นรถแนวคลาสสิกที่คงความคลาสสิกมากจริงๆ อย่างเช่นมีแต่สตาร์ทเท้ามาให้เท่านั้น และด้วยสรีระของ TU250X นั้นก็สามารถซอกแซกได้ง่าย หากว่ารถแม่บ้าน หรือว่ารถตลาดคันเล็กๆ สามารถไปได้เจ้านี่ก็ไปได้เช่นกัน

14_classic_bike_shootout-124.jpg

14_classic_bike_shootout-119.jpg

เอาล่ะ เรามาดูข้อดีและข้อเสียของมันจากการใช้งานจริงกันดีกว่าครับ

14_classic_bike_shootout-31.jpg

เทสเตอร์ได้ทำการทดสอบ Suzuki TU250X กันทั้งในเมืองและทางหลวงแบบไฮเวย์เพื่อดูการทำงานของในในสภาพที่แตกต่างกันออกไป จะพบได้ว่าข้อดีของมันก็คือตัวรถนั้นมีแฮนด์บาร์ที่ค่อยข้างมีตำแหน่งพอดีกับการขับขี่จริง นั่นคือไม่ต่ำหรือสูงมากเกินไปนัก ทำให้เวลาเราใช้งานหรือขับขี่ยาวๆ แล้วจะไม่เมื่อยแขน ตัวรถมีน้ำหนักค่อนข้างเบาเวลารถติดหรือจอดแล้วเราต้องเข็นรถด้วยเท้าก็ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกเรื่องก็คือความประหยัดน้ำมันที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดีมากๆ และถังน้ำมันที่จุอยู่ 12 ลิตร ทำให้การเดินทางไกลเราไม่จำเป็นจะต้องจอดเพื่อเติมน้ำมันบ่อยๆ และข้อดีของมันอีกอย่างคือนอกเหนือไปจากหน้าตาที่หล่อแบบคลาสิกเต็มตัวแล้ว ราคาของมันยังถือว่าเป็นมิตรมากๆ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่ามันน่าจะกวาดยอดขายไปไม่น้อยเลยทีเดียว
14_classic_bike_shootout-59.jpg

เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียกันด้วย สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับเทสเตอร์ในการทดสอบที่เห็นได้ชัดเลยก็คือแรงบิดหรือทอร์คนั้นยังไม่ค่อยแรงดังใจนัก เรียกได้ว่าบิดไม่ค่อยจะติดมือเท่าไหร่ ทำให้เวลาต้องการจะใช้ความเร็วต้นในการแซงให้ขาดอาจจะทำได้ยากนิดนึง และเมื่อเราวิ่งด้วยความเร็วสูงๆ ตัวโครงรถมีอาการสั่นๆ ให้เห็นกันบ้าง ซึ่งอันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะคันที่ได้รับมาทดสอบหรือเปล่า จะต้องรอดู feed back จากผู้ใช้งานจริงอีกที

14_classic_bike_shootout-72.jpg

หากจะให้สรุปก็คือมันเป็นรถแนวคลาสสิกในคลาสเริ่มต้นที่น่าเล่นมากๆ คันหนึ่ง ด้วยราคาที่สูงมากนัก และหน้าตาของมันที่จัดได้ว่าโดนใจนักวิจารณ์หลายๆ คน มันจะเหมาะมากๆ สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการรถสักคันไว้ในงานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ที่มีประสิทธิภาพดีกว่ารถแม่บ้านทั่วไป โดยไม่เน้นการขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากนัก และแน่นอนว่าสำหรับคอรถคลาสสิกทั้งหลายนั้นไม่พลาดที่จะสอยมันมาอยู่แล้ว เพราะดูจากทรงรถแล้วมันจับมา custom กันได้หลากหลาย ได้โชว์ไอเดียแนวๆ กันก็คราวนี้ล่ะครับ สำหรับบ้านเรานั้นก็ต้องรอดูท่าทีของทาง Suzuki Thailand กันก่อนว่าจะเอายังไงกับรถรุ่นนี้ เพราะถือว่ากระแสดีพอสมควรเลยทีเดียว ต้องติดตามข่าวกันต่อไป

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก motorcycle-usa.com

 
Paste your AdWords Remarketing code here
error: Content is protected !!