สิ่งที่ ควรทำ และ ไม่ควรทำ เวลาเบรกฉุกเฉิน

Downshifting-Techniques-Brake-Pressure

ในการเบรกฉุกเฉินนั้นเป็นทักษะที่สำคัญมากๆ ที่คุณควรจะเรียนรู้มัน แม้เราจะหวังว่าในชีวิตจริงจะไม่ต้องใช้ทักษะนี้ก็ตาม แต่คุณลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าอยู่ๆ รถยนต์เกิดเลี้ยวหรือพุ่งมาตัดหน้าคุณเอาดื้อๆ บทความนี้จะสรุปง่ายๆ มาให้ว่าสิ่งไหนที่ควรทำและไม่ควรทำเวลาเกิดเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้เบรกฉุกเฉินกัน

ควรทำ : กดเบรกแบบมีจังหวะ
เริ่มด้วยการกดเบรกไปครั้งแรกก่อนเพื่อให้เบรกเริ่มการทำงาน และเพิ่มแรงกดย้ำอีกครั้งไปจนสุดก้านเบรก การทำแบบนี้มันจะส่งผลไปให้การเบรกนั้นถ่ายน้ำหนักไปที่ล้อหน้า และส่งแรงอัดกดไปที่ยางรถเพื่อหยุดตัว จะทำให้การเบรกได้ระยะที่สั้นลงกว่าการกดเบรกจนจมตั้งแต่จังหวะแรก
** คุณ Motosapiens Sapiens (สมาชิกจากเพจ  GreatBiker) ได้ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจสำหรับกรณีนี้ไว้ว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดมากกว่าการกดเบรกแบบมีจังหวะ ที่บางกรณีอาจจะไม่สามารถทำได้ ก็คือการประคองรถ และทรงตัวให้ได้ เพราะอย่างที่แย่น้อยที่สุดคือเราเบรคได้ทัน หรือกระแทกเบา ๆ แล้วรถไม่ล้ม อย่างที่หนักสุดคือ ล้มก่อนมีการชนด้วยซ้ำ **

ไม่ควรทำ : อย่าเบรกจนสุดแรงและแช่ค้างไว้
แม้แต่กับระบบ ABS ก็ตาม การกดเบรกลงดื้อๆ แล้วแช่ไว้มันจะทำให้เบรกไม่สามารถจับล้อหน้าได้สนิทและทำให้ลื่นไถลไปข้างหน้าต่อ และยิ่งถ้าคุณไม่มี ABS มันจะทำให้ล็อคจนล้อตายและเสียหลักได้ง่ายๆ เลยทีเดียว การเบรกลักษณะนี้มันไม่ได้ช่วยให้ความเร็วลดลงมากเท่าไหร่เลย แถมเสี่ยงต่อการรถล้มอย่างมาก ถ้าเบรกสุดแรงแล้วรถยังไม่หยุดไถลไปข้างหน้าควรจะคลายมือและเท้าที่กดเบรกเล็กน้อยและค่อยย้ำมันลงไปอีกครั้ง

ควรทำ : ใช้ทั้งเบรกหน้าและเบรกหลัง
ถ้าเป็นการเบรกในจังหวะฉุกเฉิน การใช้ทั้งเบรกหน้าและหลังจะทำให้การเบรกมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะถ้าเกิดเราถ่ายน้ำหนักการเบรกให้ล้อหน้ามากเกินไป ล้อหลังที่ไม่ได้ชลอตัวลงตามก็จะทำให้เกิดการปัดได้

ไม่ควรทำ : ใช้เบรกหลังเพียงอย่างเดียว
นอกเหนือไปจากเบรกหลังจะมีพลังในการหยุดรถน้อยกว่าเบรกหน้าแล้ว น้ำหนักในการกดเบรกที่ถูกถ่ายไปที่ล้อหลังทั้งหมดจะทำให้ระยะในการเบรกยาวมาก และรถจะไม่สามารถหยุดได้อย่างที่ใจเราต้องการแน่นอน

ควรทำ : เว้นระยะระหว่างรถเราและรถคันหน้า
มันคงจะไม่ดีแน่หากว่าเราจะขี่รถของเราตามหลังรถคันหน้าแบบจี้ตูดเกินไป โดยไม่ยอมเหลือช่องว่างระหว่างคันเพื่อให้มีระยะเบรกฉุกเฉินยามที่คันหน้าเบรกกระทันหัน หรือแม้กระทั่งมีพื้นที่ในการหักหลบเพื่อไม่ให้ชนท้าย ดังนั้นแล้วเราควรจะมีระยะห่างจากรถคันหน้าในช่วงที่เพียงพออยู่เสมอ

ไม่ควรทำ : ปล่อยให้ยานพาหนะคันอื่นมีอิทธิพลต่อความปลอดภัยของเรา
แน่นอนว่าการขับขี่บนท้องถนนนั้นบ่อยครังเราไม่สามารถควบคุมลักษณะการขับขี่ของเราได้ โดยเฉพาะเมื่อยามที่การจราจรคับคั่ง หรือต้องตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่นการต้องวิ่งติดชิดขี่ตามรถรถบรรทุก ซึ่งแน่นอนว่ากรณีนนี้เราจะมองเห็นทางข้างหน้าไม่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำให้บางครั้งอาจจะเบรกไม่ทันหากว่ารถบรรทุกนั้นหยุดกระทันหันขึ้นมา
** คุณ Rang Cbr (สมาชิกจากเพจ  GreatBiker) ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมในกรณีนี้ว่า ควรจะหลีกเลี่ยงการขับขี่อยู่ด้านซ้ายมือของพวกรถแท๊กซี่ หรือว่ารถโดยสารต่างๆ เพราะอาจจะเป็นไปได้ที่รถคันนั้นจะหักเข้าซ้ายเอาแบบดื้อๆ จนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ **

ควรทำ : วางแผนล่วงหน้า
ยามที่เราขี่รถ เราต้องใส่ใจและมีสมาธิกับพื้นที่รอบข้าง แต่ต้องสนใจมากเป็นพิเศษก็คือจะต้องมุ่งความสนใจไปยังเบื้องหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างเช่นว่าเกิดอยู่ดีๆ รถที่จอดอยู่ข้างทางเปิดเปิดประตูออกมาโดยไม่ทันได้ระวังรถเรา หรือทุกจุดยูเทิร์นต่างๆ หากเห็นมาแต่ไกลแล้วก็ให้ยกคันเร่งผ่อนกันบ้าง เราไม่รู้ว่าอยู่ๆ รถที่รีรออยู่ตรงยูเทิร์นนั้นจะตัดสินใจเลี้ยวออกมาอย่างกระทันหันหรือเปล่า ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะช่วยให้เราคาดการณ์ล่วงหน้าและรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ดีกว่า

ไม่ควรทำ : ปล่อยให้ความตื่นเต้นเข้าครอบงำ
ความตื่นเต้นก่อให้เกิดความตกใจ ความตกใจสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ จงใช้ความนิ่งของคุณให้เต็มที่ ยามเมื่อเกิดภาวะคับขัน หรือพัฒนาการคาดคะเนของเรา เช่นสังเกตลักษณะการขับขี่ของรถรอบข้าง ว่าพวกเขาขับได้ดีหรือไม่ดียังไงบ้าง เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะได้ไม่กระทบมาถึงเรา

ควรทำ : ฝึกฝน
โดยส่วนมากแล้วรถบิ๊กไบค์ในสมัยนี้มักจะมีระบบการเบรกที่ยอดเยี่ยมติดรถมาให้อยู่แล้ว แต่ในทางกลับกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะใช้มันจนเชี่ยวชาญตั้งแต่แรก ทำไมไม่ลองหาลานว่างๆ กว้างๆ เพื่อลองฝึกฝนในการใช้ระบบเบรกของรถเราดูบ้างล่ะ เรียนรู้นิสัยและระยะการเบรกแบบธรรมชาติของมัน น้ำหนักเวลาเรากดเบรกและผลลัพธ์ที่ได้ออกมา จนในที่สุดเราจะนำความเชี่ยวชาญเหล่านี้ไปใช้งานจริงบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ไม่ควรทำ : ไว้วางใจกับสิ่งที่คุณยังไม่รู้ว่ามันใช้งานยังไง
รถบิ๊กไบค์ของคุณสามารถหยุดรถได้เร็วแค่ไหน? จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าล้อหลังของคุณเริ่มออกอาการปัดขณะเบรก? คุณจะใช้งานเบรกหลังได้ขนาดไหนก่อนที่มันจะล็อคล้อของคุณ? จะรู็ได้ยังไงว่าล้อหน้าเริ่มที่จะถูกล็อคแล้ว? คุณควรจะรู้คำตอบทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้อย่างชัดเจน

ควรทำ : เบรก!
อย่าเพิ่งงงว่าหัวข้อนี้คือการเล่นมุขหรือเปล่า แต่หมายความว่าหากจังหวะจวนตัวจริงๆ ให้เบรกทันทีก่อนคิดที่จะทำอย่างอื่น เพราะว่าทุกๆ ความเร็วที่ลดลงมันจะช่วยให้คุณโอกาสที่จะเจ็บหนักจากการกระแทกกับบางสิ่งได้ ซึ่งลดโอกาสในการเสียชีวิตให้น้อยลงด้วย เข่นถ้าคุณสามารถเบรกจนความเร็วเหลือแค่ราวๆ 30-40 กม./ชม. แล้วเกิดว่าคุณชนกับบางอย่างจริงๆ มันก็แค่จะทำให้คุณฟกช้ำหรือถลอกเท่านั้น

ไม่ควรทำ : ปล่อยมันไป!
ให้เชื่อในเบรกของรถและทักษะของคุณในการที่จะช่วยให้หลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุหรือลดความรุนแรงลงได้ อย่าฝากชีวิตและรถของคุณไว้กับประกัน (ถึงแม้ว่าคุณจะมีประกันชั้น 1 ก็ตาม)

ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องของสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเวลาเราจะต้องเบรกฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเพียงมุมมองแบบกว้างๆ เท่านั้นจากทางทีมงาน แต่ในสถานการณ์จริงมันยังมีองค์ประกอบอีกหลายๆ อย่างที่มีผลต่อการตัดสินใจและการกระทำ ดังนั้นแล้วหากเรามีสติและไม่ประมาทในทุกครั้งเวลาขับขี่ จะช่วยให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้และรอดพ้นจากวิกฤตได้ครับ ขอให้ขับขี่ปลอดภัยกันทุกเส้นทาง

ขอบคุณภาพจาก motorcycle.com beforeitsnews.com bosch-motorcycle.com autoevolution.com autoevolution.com