มาเจาะลึกถึงเทคโนโลยีของทาง Yamaha อย่าง “BLUE CORE” กัน

เชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนๆ ชาว GreatBiker ทุกท่านย่อมที่จะต้องเคยได้ยินถึงคำว่า BLUE CORE กันในช่วงที่ผ่านมานี้ และมันเริ่มที่จะเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของชาวไบค์เกอร์อย่างเราๆ มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่ามันคืออะไรกันแน่ อาจรู้แค่ว่ามันเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งจากทางค่าย Yamaha บทความนี้ทางเราจะพาไปเจาะลึกถึงแก่นแท้และรายละเอียดของเจ้าเทคโนโลยีที่ว่ากันนี้ ว่ามันมีดีอะไรและมีหลักการทำงานอย่างไร ถึงเป็นสิ่งที่ทางค่ายชูจุดขายตรงนี้กันกับมอเตอร์ไซค์หลายๆ รุ่นที่ออกมาในปัจจุบัน

เริ่มแรกเลยเราลองมารู้จักก่อนว่าเจ้า BLUE CORE มันคืออะไรกันแน่ สำหรับ BLUE CORE นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากทางทีมวิศวกรของยามาฮ่า โดยจุดประสงค์หลักในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ก็คือต้องการให้ตัวเครื่องยนต์นั้นทำงานได้ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้การใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นถูกเผาผลานไปตามจำเป็นจริงๆ มากที่สุด ลดการสูญเสียเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์ที่ส่วนมากเครื่องยนต์ทั่วไปจะสูญเสียจากการเผาไหม้ที่เปล่าประโยชน์อย่างเช่น การระบายความร้อน และพวกแรงเสียดทานต่างๆ

หน้าตาของเครื่องยนต์แบบ BLUE CORE

ซึ่งตัวเทคโนโลยี BLUE CORE นี้จะออกแบบขนาดของช่องไอดีให้เป็นแบบคอคอด เพื่อช่วยให้อัตราส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศนั้นคลุกเคล้ากันเป็นหนึ่งเดียว และหลังจากนั้นจะถูกรีดเพื่อส่งเข้าไปยังห้องเผาไหม้ในทันทีทันใด ในอัตราส่วนกำลังอัดที่มากถึง 11:1 จากแนวคิดนี้จึงทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์จริงๆ กับเครื่องยนต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในทุกๆ ย่านความเร็วนั่นเอง

ซึ่งจากหลักการข้างต้นนั้นที่ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่รวดเร็วและรุนแรง จึงส่งผลให้แรงบิดหรือว่าทอร์คของรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ BLUE CORE นั้นมีกำลังที่ดีเยี่ยมในช่วงความเร็วต้นอีกด้วย เพราะว่าการจ่ายน้ำมันในลักษณะนี้จะผลิตแรงม้าและแรงบิดได้สูงมากๆ ในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ ทำให้รถออกตัวได้ดีและประหยัดน้ำมันด้วย เพราะว่าจังหวะที่กินน้ำมันมากที่สุดจังหวะหนึ่งของการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ก็คือจังหวะออกตัวนั่นเอง แต่ BLUE CORE นั้นตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้เครื่องยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ BLUE CORE นี้ยังมีการระบายความร้อนที่ดีกว่าปกติ เพราะว่ามีการเพิ่มจำนวนครีบระบายความร้อนให้มีจำนวนมากขึ้นที่ฝาสูบและเสื้อสูบ และยังมีการคำนวนจำนวนของใบพัด, องศา เพื่อให้ทิศทางลมจากภายนอกนั้นรีดไหลผ่านเข้าไประบายความร้อนในบริเวณเครื่องยนต์ได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงระบบระบายความร้อนใต้ลูกสูบ โดยหัวฉีดน้ำมันเครื่องนั้นจะทำการฉีดตรงไปยังลูกสูบ ตรงนี้เองจะช่วยให้การระบายความร้อนบริเวณลูกสูบเป็นไปได้อย่างดี เป็นผลพวงที่ได้มาจากการออกแบบเทคโนโลยี BLUE CORE นี้นั่นเอง

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเครื่องยนต์แบบ BLUE CORE นั้นจะช่วยลดการสูญเสียทางกลได้อย่างดี เพราะว่ามันถูกออกแบบให้มีจุดเยื้องศูนย์ระหว่างเสื้อสูบและเพลาข้อเหวี่ยงนั้นลงตัวมากที่สุด ทำให้สามารถลดแรงเสียดทานระหว่างลูกสูบกับผนังของกระบอกสูบ ตรงนี้เองเราจะสามารถรีดแรงม้าออกมาได้อย่างประสิทธิภาพมากที่สุดและส่งผลให้การใช้น้ำมันนั้นประหยัดมากขึ้นกว่าเดิม โดยผลการทดสอบนั้นพบว่ามันสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในบางรุ่นได้มากที่สุดถึง 60 กม. / ลิตร อีกทั้งไม่ได้หมายความว่ามันประหยัดแล้วจะทำให้อัตราเร่งของรถนั้นด้อยลงกว่าเดิม กลับตรงข้าม ตัวรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เทคโนโลยี BLUE CORE นี้กลับมีอัตราเร่งที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำด้วยเหตุและผลที่กล่าวไปข้างต้น ดูแล้วถือว่าเจ้า BLUE CORE ตัวนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานของไบค์เกอร์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ทีนี้ในเมื่อเราได้รู้แล้วว่า BLUE CORE นั้นมีหลักการทำงานและประโยชน์อย่างไรบ้าง เราลองมาดูว่าในปัจจุบันนี้ทางค่าย Yamaha ที่รถมอเตอร์ไซค์รุ่นไหนบ้างที่ใช้เครื่องยนต์แบบ BLUE CORE นี้กัน

Yamaha NMAX (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/YamahaNMAX)

Yamaha GT125 (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/Yamaha-GT125)

Yamaha Grand Filano (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/Grand-Filano)

Yamaha Fino 125 (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/Yamaha-Fino125)

วิดีโอแสดงการทำงานและรายละเอียดต่างๆ ของเทคโนโลยีแบบ BLUE CORE

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากทาง yamaha-motor.co.th