เจาะลึกบูธมอเตอร์ไซค์ Kawasaki ในงาน Motor EXPO 2017

คาวา2_171129_0004

บอกได้เลยว่าทางฝั่งยักษ์เขียว Kawasaki เองนั้นได้ทำการกระหน่ำเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ๆ ในงานนี้กันอย่างมากมาย เรียกได้ว่าอาจจะมากที่สุดในบรรดาค่ายมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดในงานนี้ด้วยซ้ำ เราไปดูกันเลยว่าจะมีอะไรคันไหนและรายละเอียดเป็นอย่างไรกันบ้าง

Ninja H2 SX

18MY Ninja H2 SX SE (4)

2018 Kawasaki Ninja H2 SX จะใช้พื้นฐานเดิมของเจ้า Ninja H2 เหมือนเดิมกับเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี 4 ลูกสูบเรียง 4 จังหวะพร้อมระบบ Supercharge ที่จะยังเป็นจุดขายของรุ่นในตระกูล H2 เช่นเคย โดยได้ทำการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในส่วนของระบบบางอย่างเช่นระบบ Cruise Control ที่จะสอดคล้องกับแนวทางของรถสปอร์ตทัวร์ริ่ง และระบบ KCMF (Kawasaki Cornering Management Function) ที่จะช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการเข้าโค้ง โดยสามารถทำแรงม้าสูงสุดได้ที่ 207 BHP แรงบิดสูงสุด 101.3 lbft โดยทางค่ายยักษ์เขียวได้บอกว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราการปล่อยมลพิษที่น้อยกว่ารถสาย Adventure ของทางค่ายอย่างเจ้า Kawasaki Versys 1000 และการบริโภคน้ำมันที่มีอัตราสิ้นเปลืองที่ต่ำกว่า ZX1000SX รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตทัวร์ริ่งในพิกัดเดียวกัน

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ – 1,090,000 บาท

ZX-10R SE

Image result for zx10rse

โดยเจ้า 2018 Kawasaki ZX-10R SE นั้นถือว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันแรกที่ใช้ระบบ Electronics Suspension หรือระบบโช้คอัพไฟฟ้า ที่พัฒนาจากทีมงานของ Kawasaki Racing Team โดยได้ความร่วมมือกับผู้ผลิตระบบกันสะเทือนระดับโลกอย่าง Showa ช่วยกันพัฒนาจนออกมาเป็นระบบ KECS หรือระบบ Kawasaki Electronics Control Suspension  ที่จะมีหลักการทำงานควบคุมโดยกล่อง ECU ที่จะประมวลผลรูปแบบของผู้ขับขี่และทำการปรับค่าความหนืดของตัวโช้คอัพหน้า โดยจะทำการเก็บค่าและประมวลผลทุกๆ 10 มิลลิเซก หรือ 0.10 วินาที โดยจะคำนวณจากอัตราการกดเบรก การใช้ความเร็ว ความบ่อยครั้งในการกระแทกคันเร่ง รวมไปการเอียงของแกน IMU ในขณะขับขี่ โดยเจ้าระบบ KECS นั้นจะปรับระยะยุบตัวของโช้คอัพหน้าและหลัง ให้สอดคล้องกับรูปแบบของผู้ขับขี่โดยอัตโนมัติ โดยเจ้าระบบ KECS นี้จะมีทั้งสิ้นสามโหมดให้เลือกใช้ Road, Track และ Manual ให้ผู้ขับขี่ได้เลือกใช้ตามสถานการณ์ได้เลย

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ – 885,000 บาท

Z900RS / Z900RS SE / Z900RS CAFE

2018 Kawasaki Z900Rs นั้นมีโครงสร้างพื้นฐานมาจาก Z900 และได้นำเอาแรงบันดาลใจจากเนกเกตไบค์รุ่นคุณปู่อย่างเจ้า Kawasaki Z1 และ Kawasaki Z2 รุ่นยอดนิยมที่ผลิตกันมาตั้งแต่ช่วงต้นยุค 70 มาเป็นแนวคิดในการออกแบบในครั้งนี้ โดยเครื่องยนต์ได้ใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับที่อยู่ใน Z900 ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 948 ซีซี 4 จังหวะ 4 ลูกสูบ แบบ DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ กระบอกสูบ x ช่วงชักอยู่ที่ 73.4 x 56.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.8:1 ระบบหล่อลื่นแบบ Forced Lub สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้าที่ 8500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 98 นิวตันเมตรที่ 6500 รอบต่อนาที ซึ่งแรงบิดตรงนี้น้อยกว่า Z900 ที่วางไว้ที่ 7000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบคลัทซ์แบบเปียกซ้อนกันหลายชั้น ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ – รุ่นสแตนด์ดาร์ด 485,000 บาท / SE 499,000 บาท / Cafe 505,000 บาท

Ninja 250

All New Ninja 250 2018 นั้นจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 249cc DOHC แบบ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ 4 วาล์วต่อสูบ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ให้แรงม้ามาสูงสุดที่ 39 ตัว ที่ 12,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 23.5 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบต่อนาที เน้นแรงบิดที่ติดมือ โดยถือว่าให้ตัวเลขมาค่อนข้างใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่าง CBR250RR เลยทีเดียว นับว่าน่าพอใจเอามากๆ กับเครื่องยนต์บล็อคนี้ ไฟหน้าเป็นแบบไฟคู่สองดวงหลบใต้หน้ากาก สไตล์ใกล้เคียงกันกับรุ่นพี่อย่าง Ninja H2

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ – 179,000 บาท

Ninja 400

ด้วยการออกแบบเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 399 ซีซี 4 จังหวะ 2 ลูกสูบเรียง 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูงคูณช่วงชักจะอยู่ที่ 70.0 X 51.8 มิลลิเมตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ Ninja 300 นั้นจะอยู่ที่ 62.0 X 49 มิลลิเมตร โดยเจ้าเครื่องยนต์ใหม่นี้ให้แรงม้าสูงสุดที่ 44.8 HP ที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 38 นิวตันเมตรที่ 8000 รอบต่อนาที ซึ่งดูแล้วให้สมรรถนะที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้นว่าขนาดของกระบอกสูบจะมากกว่าก็ตาม รวมไปถึงการออกแบบช่องลมพิเศษที่มีขนาดที่ใหญ่กว่า และการดัดแปลงช่อง Downdraft intake ให้มีขนาดที่สั้นลง จะทำให้การทำงานของระบบระบายความร้อนนั้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการน้ำเอาลมเข้ามาผสมช่วยกับระบบหม้อน้ำ ซึ่งจะเป็นการรักษาอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนานมากขึ้น รวมไปถึงสายโมดิฟายที่จะปรับจูนแรงม้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของความร้อนที่จะเกิดขึ้น

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ – 196,000 บาท / KRT 205,000 บาท

W175 / W175SE

รูปแบบของตัวรถนั้นได้ถอดแบบมาจากรุ่นใหญ่อย่าง W800 โดยขุมกำลังเครื่องยนต์นั้นจะมีขนาด 177 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยระบบคาร์บูเรเตอร์ ให้กำลังแรงม้า 13 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 13.2 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด คลัทซ์แบบเปียกซ้อนกันหลายชั้น ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ โครงสร้างตัวถังเป็นรูปแบบโครงเหล็กท่อ ระบบกันสะเทือนหน้า Telescopic ระบบกันสะเทือนหลังโช้คสปริงคู่ ระบบเบรกหน้าดีสก์เบรก ระบบเบรกหลังดรัมป์เบรก วงล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว ถังน้ำมันจุได้ 13.3 ลิตร

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ – W175 83,000 บาท / W175SE 86,000 บาท

W250

อีกหนึ่งคันจากตระกูล W ที่เปิดตัวกันมาในบ้านเรา ซึ่งมาในระบบเครื่องยนต์แบบหัวฉีด และนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ – 220,000 บาท

แล้วพบกับตัวเป็นๆ ของรถทั้งหมดในบูธ Kawasaki ได้ในงาน Motor EXPO 2017 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษต่างๆ เฉพาะในงานนี้