เทคนิคการขายรถมอเตอร์ไซค์มือสอง

best-time-to-buy-a-motorcycle

การซื้อขายรถมอเตอร์ไซค์ในตลาดมือสองในยุคปัจจุบันนั้น ทำได้อย่างง่ายดาย เพราะในปัจจุบันเรามีทั้งเว็บไซค์เพื่อการซื้อขายรถมือสองอยู่เต็มไปหมด รวมไปถึงการซื้อขายกันผ่าน Facebook และ Social Network ต่างๆ เพียงแค่ถ่าย พิมพ์ โพสต์ และแชร์ ข้อความของเราไป แล้วรอการตอบกลับของผู้ที่สนใจ วันนี้ทีมงาน GreatBiker จะขอนำเสนอเทคนิคการขายรถมอเตอร์ไซค์มือสองยังไงให้ขายได้ในราคาที่ดี และรวดเร็ว

ขั้นตอนที่ 1 รู้จักรถของเราก่อน
ก่อนที่เราจะทำการขายรถมอเตอร์ไซค์ของเรานั้น เราก็จะต้องคุ้นเคยกับมันมาสักระยะ ไม่ว่าจะเคยขับขี่เองหรือว่าซื้อมาแล้วจอดทิ้งไว้ แต่ก่อนการซื้อเราก็จะทำการศึกษาตัวรถก่อนอยู่แล้ว (หรือว่าใครเดินเข้าร้านแล้วซื้อเลย) แน่นอนว่าเราจะต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานของมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง หรือแม้กระทั่งของที่เราตกแต่งเพิ่มเติม เราก็ควรที่จะมีความรู้กับตรงนี้สักหน่อย เพื่อจังหวะในการขายต่อนั้นเราสามารถให้ข้อมูลกับผู้ที่ต้องการซื้อได้อย่างชัดเจน ซึ่งมันก็จะต้องรวมไปถึงการเข้าศูนย์ การซ่อมบำรุง หรือการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะชนครั้งใหญ่หรือแค่ล้มแปะ ผู้ขายควรแสดงความจริงใจต่อผู้ซื้อในการบอกข้อมูลตรงนี้ด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมข้อมูล  ถ่ายรูป โพสต์
หลังจากที่เราเตรียมข้อมูลของตัวรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การถ่ายรูปสินค้า นี้คือปราการด่านแรกของผู้ซื้อนะครับ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญที่สุด หากเพื่อนๆ ทำการถ่ายรูปแบบขอไปที ต่อให้ตัวรถนั้นน่าสนใจขนาดไหน ก็จะมีคนเลื่อนข้ามไปอย่างไม่ไยดี ลองนึกภาพตามว่าเราอยากจะขายรถ Superbike สักคัน แต่เราดันไปถ่ายรูปในป่าไมยราพข้างบ้าน สภาพรถก็ไม่ได้ล้าง มีทั้งฝุ่นทั้งขี้โคลนเกาะติด มันก็คงไม่น่าสนใจเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ แต่ในทางกลับกันเราลองหาสถานที่ที่ดูดีกว่า ล้างรถให้สะอาด เลือกมุมในการถ่ายให้ออกมาดูดีที่สุด และเหมาะสมกับรูปแบบของรถที่เราจะขาย แล้วโพสต์รูปพร้อมกับข้อมูลที่เตรียมไว้ และเตรียมตัวรับการตอบกลับจากผู้ที่สนใจได้เลยครับ


รูปแบบนี้จะมีใครสนใจไหมนะ….

ขั้นตอนที่ 3 การตั้งราคา
สิ่งต่อมาที่จะทำให้ผู้ซื้อนั้นสนใจสินค้าของเรา นั้นก็คือเรื่องของ “ราคา” การวางราคาตัวสินค้าของเรานั้น เราจะต้องศึกษาตลาดก่อนว่าในรถโมเดลเดียวกับเรานั้นตลาดมือสองเค้าวางราคาที่เท่าไหร่ คำนวณบวกลบ กับอานุการใช้งานของเราตามหลักไมล์จริง ของแต่งที่เราใส่เพิ่มเข้าไป ซึ่งมูลค่าของรถมือสอง สภาพดีๆพร้อมใช้งาน จาก 100 % ก็จะลดลงเหลือเพียง 65-70 % จากราคาที่ซื้อมาอยู่แล้ว แต่หากบวกกับอายุการใช้งานก็บวกลบ ลงไป ตัวรถมีปัญหาอะไรยังไงก็บวกลบไป จนได้ราคาที่เป็นธรรม และลองคิดย้อนกลับ หากเราเป็นคนที่ต้องการซื้อบ้าง มันควรจะวางราคาที่เท่าไหร่ หรือจะลองสอบถามเพื่อนๆในกลุ่มดูว่าราคาขนาดนี้ แพงหรือว่าถูกเกินไป  ส่วนเรื่องของการต่อรอง ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ ดังนั้นผู้ขายก็ควรตั้งราคาเผื่อให้ต่อสักเล็กน้อยจากราคาที่เราต้องการขาย แล้วก็อย่าไปโมโหคนซื้อเวลาเค้าต่อราคามากเกินไปนะครับ ใจเย็นๆ

ขึ้นตอนที่ 4 ตรวจสภาพให้พร้อมขาย
หลังจากที่เราทำถ่ายรูปและโพสต์ทุกอย่างของตัวรถแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำเลยก็คือ การตรวจเช็กตัวรถ ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมทำการขับขี่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่ายของเหลวตัวรถ ระบบไฟ โซ่ เบรก หรือแม้กระทั่งยาง ให้พร้อมเหมือนกับการที่เราเตรียมตัวไปออกทริปนั้นแหละครับ ก็เพราะเวลาที่เราขายเจ้ารถคันนั้นไปแล้ว ผู้ซื้อต่อสามารถนำมันไปขับขี่ได้เลยทันที โดยไม่ต้องเอาเข้าอู่เช็กให้เสียเวลา ตรงจุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจที่มีของผู้ขายและผู้ซื้อนะครับ ว่าจะตกลงกันยังไง

ขั้นตอนที่ 5 พบเจอด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่เราตกลงราคากันได้เสร็จสรรพแล้ว การนัดเจอหรือการดูสินค้านั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ ในขั้นตอนนี้อาจจะเป็นขั้นตอนก่อนการตกลงเรื่องของราคาก็ได้ เพราะการซื้อขายรถแต่ล่ะครั้งนั้นไม่ใช่ราคาหลักร้อยที่ไม่จำเป็นต้องเห็นตัวสิ้นค้าก็ได้ การพบเจอหน้าตาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งการได้พบปะกันนั้นเราอาจจะได้เพื่อนใหม่ด้วยก็เป็นได้ สิ่งหนึ่งที่ควรทำในการพบปะก็คือมีรอยยิ้มให้เสมอไม่ว่าเค้าจะซื้อหรือไม่ก็ตาม การพูดคุยกันด้วยเหตุประผลก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยเช่นกัน โดยส่วนมากแล้วผู้ขายส่วนใหญ่ก็อยากที่จะพยายามขายให้ได้ราคาที่ตัวเองต้องการมากที่สุด ส่วนผู้ซื้อเองก็อยากที่จะซื้อสิ้นค้าในราคาที่ต่ำไว้ก่อน ดังนั้นแล้วเอาใจเค้ามาใส่ใจเราครับ ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ยิ้มให้กันซะ พูดคุยกันดีๆ ทุกอย่างก็จะคลี่คลายได้ด้วยดีครับ ยิ้มไว้ครับยิ้มไว้


ขอบคุณรูปถาพจาก  www.thaiscooter.com

ขั้นตอนสุดท้าย เอกสารต้องพร้อม
อีกหนึ่งสิ่งที่ขายไม่ได้ในการซื้อขายนั้นก็คือเอกสาร มันคือสิ่งยืนยันการซื้อขายที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งแต่ล่ะกรณีก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นรถที่เราทำการผ่อนหมดแล้ว ได้เล่มทะเบียนมาแล้ว หรือรถที่เรากำลังผ่อนอยู่ โดยการเตรียมเอกสารสำคัญ นอกจากเอกสารของตัวรถแล้ว หลักฐานการยื่นยันตัวตนของผู้ซื้อและขายก็สำคัญไม่แพ้กัน ขั้นตอนนี้ทำได้อย่างง่ายๆ เลยครับ เพียงพอกันไปที่สำนักงานขนส่ง และให้เจ้าหน้าที่เป็นพยานยืนยันการซื้อขายและเปลี่ยนผู้ครอบครอง เพียงเท่านี้การซื้อขายก็ทำได้อย่างไม่ยากเย็นแล้วครับ

เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็จะสามารถทำสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างไม่น่ามีปัญหา สิ่งหนึ่งที่ผู้ขายและผู้ซื้อความยึดถือเป็นอย่างมากที่สุดก็คือ “ความโปร่งใสในการซื้อขาย” หากใจใครไม่ซื่อในการตกลงเรื่องแบบนี้ เชื่อเถอะครับมันดูกันได้ ง่ายยิ่งกว่าการแยกม้าออกจากลาซะอีก

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก rideapart.com  www.dlt.go.th