เปลี่ยนบรรยากาศจาก 2 ล้อ มาดูเทคนิคในการขี่ WAVE RUNNER กันบ้าง

yamaha_wave runner1(1)

เชื่อเหลือเกินว่าเพื่อนๆ ชาวไบค์เกอร์บางท่านอาจจะอยากลองขี่เจ้า WAVE RUNNER ซึ่งเป็นกีฬาทางน้ำที่กำลังฮิตกันอยู่ขณะนี้ เพราะมีทั้งความสนุกเร้าใจ และได้สัมผัสกับความเร็วและสายน้ำที่ประทะกับตัวเราตลอดเวลา วันนี้เราจะมาแนะนำรายละเอียดและเทคนิคในการขี่กัน เชื่อว่าอ่านจบแล้วเพื่อนๆ น่าจะรีบหาโอกาสไปขี่จริงๆ กันเลยทีเดียว

สมัยก่อน การแข่งขันกีฬาทางน้ำแบ่งประเภทของการแข่งขันได้ไม่กี่ชนิด ได้แก่กีฬาประเภทเรือใบและว่ายน้ำ แต่ในปัจุบันเมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามา จึงทำให้กีฬาทางน้ำมีการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง แต่เดิมกีฬาที่อาศัยแรงลมเป็นแรงขับเคลื่อน กลับกลายมาเป็นกีฬาที่ใช้ เครื่องยนต์มาเป็นตัวควบคุมหรือบังคับ ทำให้การแข่งขันมีความเร็วมากขึ้น ซึ่งกีฬาความเร็วทางน้ำในปัจจุบันคงจะหนีไม่พ้น การแข่งขันยานยนต์ทางน้ำ ซึ่งเราอาจจะเคยเห็นกันตามแหล่งท่องเที่ยวริมทะเลหรือในทะเลสาบ หรือบางคนอาจถึงขั้นเคยได้สัมผัส ในขณะเดียวกันบางคนยังไม่เคยได้ลองจับกีฬา ความเร็วทางน้ำชนิดนี้ ซึ่งส่วนมาก จะถูกใจชาวต่างชาติมากกว่าชาวไทย เพราะเนื่องด้วยอุปกรณ์ต่างๆในการเล่นนั้น มีราคาค่อนข้างสูง และ ประกอบกับยังเป็นชนิดกีฬาที่ต้องใช้สรีระในการบังคับทิศทางอาจทำให้ไม่ค่อย เหมาะกับคนไทย และไม่เป็นที่นิยมมากนัก
สำหรับการขับขี่ Wave Runner สิ่งแรกและสำคัญที่สุด คุณต้องสวมเสื้อชูชีพที่ได้รับมาตรฐานไว้ตลอดเวลา และสวมหมวกกันน็อก แว่นกันแดด ถัดมาเป็นเรื่องของตัวเรือที่จำเป็นต้องได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจากผู้ผลิต หากเกิดการตกน้ำ สิ่งแรกคือต้องมีสติและพยายามระมัดระวังไม่ให้ตนเองได้รับอันตรายจากยานยนต์ ทางน้ำต่างๆ ที่เราอาจมองไม่เห็นได้ ยิ่งถ้าหากเราเป็นมือใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ ก็ควรคำนึงเรื่องการบังคับเลี้ยวของ Wave Runner ด้วย เพราะถ้าหากขับขี่หรือทำความเร็วไม่เหมาะสมก็มีโอกาสคว่ำได้ รวมถึง ห้ามขับขี่ Wave Runner แบบโอ้อวด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งอันตราย ทั้งนั้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง เราไปติดตามกันเลยครับ

5 ทริคเด็ด ขี่ Wave Runner ให้”พริ้ว – เหนือน้ำ”

1.ทริคการขยับตัว : ผู้ขับ Wave Runner จำเป็นที่จะต้องขยับตัวอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับต้องถ่ายเทน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อให้สะดวกในการควบคุมและบังคับเรือ ซึ่งโดยปกติแล้วเรือจะมีการออกแบบมาเพื่อลดแรงกดฝั่งนอกโค้ง ที่ต้องใช้เพื่อให้เรือมีลักษณะตรงและติดกับผิวน้ำ ไม่เกิดการพลิกคว่ำ แต่อย่างไรก็ตามการถ่ายน้ำหนักไปด้านนอกก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

สำหรับ Wave Runner แบบ Supper jet (เรือยืน) มีหลายคนใช้เทคนิคการเอนตัวเข้าด้านใน และเท้าด้านในเลื่อนไปด้านหน้า โดยวางเท้าด้านหลังไว้ท้ายเรือตรงจุดที่ตนเองสามารถรู้สึกว่าออกแรงกดได้มากที่สุด หากเลี้ยวอีกทางใช้การสลับการวางเท้าดู เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมเรือ

2.ทริคปรับแต่งที่ยืนท้ายเรือ : การปรับแต่งที่ยืนท้ายเรือก็มีผลต่อการบังคับเรือเช่นกัน โดยเราควรปรับที่ยืนท้ายเรือให้ต่ำ เพื่อใช้ในกรณีที่ต้องการใช้แรงควบคุมเรือมากๆ หากไม่จำเป็นก็สามารถปรับที่ยืนท้ายเรือให้สูงขึ้น เพื่อให้ช่วงท้ายไม่แน่นมาก และยังช่วยให้ขับขี่สบายมากขึ้น

3.ทริคการใช้ทริม : ทริมคือ เครื่องมือที่ใช้ในการปรับหัวเรือให้เชิดขึ้น หรือกดลง ซึ่งเรือบางชนิดอาจจะไม่มีทริมครับ ส่วนวิธีการปรับทริมนั้น หากเราต้องการบังคับเรือให้ออกตัวเร็วมากๆ ให้ปรับทริมลง ซึ่งจะทำให้หัวเรือจะเชิด และเมื่อได้ความเร็วที่ต้องการแล้ว ก็ควรปรับทริมขึ้นเพื่อให้หัวเรือกดลง เพื่อทำให้เรือสัมผัสน้ำน้อยลงมีแรงต้านน้อยลง มีความสมดุลของเรือ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเร็วปลายได้อีกทางหนึ่ง สำหรับเรือบางลำที่หัวหนัก เวลาเจอคลื่นแล้วชอบมุดคลื่นตลอด การปรับทริมขึ้นให้หัวเชิดก็เป็นการแก้ปัญหาได้ ดังนั้นควรปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อปะโยชน์สูงสุดครับ

4.ทริคการยืน : การยืนควรเป็นในลักษณะเดียวกับการปรับแต่งที่ยืนท้ายเรือ โดยให้ถ่ายน้ำหนักการยืนไปข้างหน้าที่แฮนด์บาร์ ซึ่งช่วยกดตัวเรือลงเวลาเร่งเครื่อง โดยเฉพาะเรือที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงซึ่งอาจทำให้เรือของเราหงายได้ กรณีที่เราเกิดเจอคลื่นแรงๆ ดังนั้นการยืนในลักษณะดังกล่าวก็จะช่วยได้ครับ เพราะการยืนนั้นเราให้ขาเรารับน้ำหนักรับแรงกระแทกแทนแถมยังมั่นคงด้วย ไม่เหมือนการนั่งที่หลังเราต้องรับแรงไปเต็มๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมาจากการขับขี่ได้ครับ

5.ทริคการหักเลี้ยว : การเลี้ยวเรือที่ดีนั้นอาศัยการเตรียมหัวเรือล่วงหน้าครับ ดังนั้น ก่อนจะเลี้ยวเรือหรือเข้าทุ่น สัก 2-3 วินาทีให้หยุดคันเร่งเพื่อพักหัวเรือ จากนั้นค่อยบิดคันเร่งอีกครั้งขณะเลี้ยวผ่านแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ได้จังหวะการเลี้ยวที่ดีขึ้น และเร็วขึ้นด้วยครับ ซึ่งสามารถดูวิธีการได้จากภาพด้านล่างครับ

1.เริ่มปล่อยคันเร่ง

2.เตรียมตัวรอจังหวะหักเลี้ยว

3.ช่วงการหักเลี้ยว


4.บิดคันเร่งเต็มแรง

ทริคทั้งหมดนี้หากว่าฝึกกันให้ชำนาญแล้ว ก็เรียกได้ว่าแทบจะเทิร์นโปรกันได้เลย และโอกาสหน้าทาง GreatBiker และ Yamaha Society Thailand จะนำบทความดีๆ อย่างนี้มาฝากกันอีกแน่นอน รอติดตามชมกันได้ครับ และสำหรับใครที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของ WAVE RUNNER สามารถเข้าชมได้ที่นี่ครับ http://www.yamaha-motor.co.th/Marine/