เผยโฉม ZT310R รถสปอร์ตทัวร์ริ่ง 310cc ที่น่าจับตามองจากประเทศจีน

ch

แม้ว่ารถคันนี้จะเป็นผลงานจากผู้ผลิตประเทศจีน ที่ไบค์เกอร์หลายๆ ท่านอาจจะไม่คุ้นเคยหรือว่ายังไม่ให้การยอมรับ แต่สำหรับเจ้า ZT310R คันนี้อาจจะต้องทำให้มองมันเสียใหม่ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงเซนส์ในการออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ติดรถแต่ละอย่างที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เราลองเปิดใจแล้วไปชมพร้อมๆ กัน

https://i2.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2017/09/ZT310R-2.jpg

สำหรับ ZT310R นั้นได้ทำการเปิดเผยภาพในการจดสิทธิบัตร และภาพร่างก่อนการสร้างเป็นโมเดลจริงๆ ตามที่เราเห็นกันนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันมาในรูปแบบของรถแบบสปอร์ตทัวร์ริ่งอย่างเต็มตัว โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ของแฟร์ริ่งที่ถือว่าตอบโจทย์รถในแนวนี้ได้เป็นอย่างดี ใสพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 310cc แบบ DOHC 1 สูบกระบอกใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าด้วย cc ขนาดนี้มันจะต้องเป็นรถที่เน้นแรงบิดหรือว่าทอร์คแบบจัดจ้านมากเป็นพิเศษ ระบบกันสะเทือนด้านหน้านั้นเป็นแบบหัวกลับหรืออัพไซด์ดาวน์ ที่จะซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าปกติ ส่วนด้านหลังนั้นเป็นแบบโมโนโช้คทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม และระบบเบรกเป็นดิสก์เดี่ยวทั้งหน้าและหลัง ท่อไอเสียเป็นแบบท่อคู่ออกด้านข้าง

https://i1.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2017/09/ZT310R-3.jpg

ระบบไฟของตัวรถนั้นจะเป็นแบบ LED รอบคัน การออกแบบไฟหน้ารถนั้นเป็นแบบ round center เช่นเดียวกันกับรถซูปเปอร์สปอร์ตรุ่นใหญ่อย่าง Kawasaki Ninja H2 ส่วนวินด์ชิลด์ด้านหน้านั้นมีขนาดสูงใหญ่ และสามารถปรับระดับได้ตามความเหมาะสม ซึ่งมันจะช่วยให้การเดินทางด้วยความเร็วสูงนั้นง่ายดายมากขึ้นกว่าเดิม และที่โดดเด่นอีกหนึ่งอย่างก็คือในเรื่องของขนาดหน้ายาง หากว่าเป็นตามรูปที่ให้มาจริงๆ จะถือว่ามันมีขนาดที่ใหญ่โตกว่ารถในแนวนี้คลาสนี้คันอื่นๆ อย่างแน่นอน ในขณะที่เบาะนั่งนั้นเป็นแบบ 2 ตอนยกระดับ ที่จะเน้นการออกแบบเบาะที่กว้างเป็นพิเศษ ตามแนวทางของรถในแนวนี้ ส่วนกริปเหล็กท้ายด้านหลัง ก็เน้นการออกแบบให้มีขนาดกว้างและหน้า รองรับการติดกล่องด้านหลังแบบสบายๆ ส่วนแฮนด์รถด้านหน้านั้นเป็นแบบ T handle Bar ที่ยกสูงขึ้นมา ทำให้ท่านั่งในการขับขี่นั้นแทบจะไม่ต้องก้มกันเลย

https://i1.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2017/09/ZT310R-4.jpg

แน่นอนว่าอีกหนึ่งจุดเด่นที่เราจะต้องมาวิเคราะห์กันนั่นก็คือเรื่องราคาตัวรถนั่นเอง แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนตรงนี้ออกมา แต่ก็มีการกะเก็งกันว่าราคามันน่าจะอยู่ที่ราวๆ 80,000 – 90,000 บาทเท่านั้น เพราะด้วยความที่เป็นแบรนด์รองในท้องตลาด ซึ่งเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้มานั้นก็ถือว่าคุ้มค่าเอามากๆ ทั้งนี้จะต้องรอดูตอนมันเปิดตัวกันจริงๆ อีกครั้ง และฟีดแบคจากการใช้งานจริงว่าจะมีปัญหาต่างๆ ตรงจุดไหนบ้างหรือเปล่า หรือว่ามันอาจจะทำออกมาได้ดีจนกรุยทางให้รถจากจีนแบรนด์อื่นๆ สู่ตลาดโกบอลก็เป็นได้

ขอบคุณภาพและข้อมูลประกอบจาก http://tmcblog.com