แอดเวนเจอร์พิกัดกลาง 500 ซีซี หน้าตาดี ขี่เดินทางใกล้ – ไกลไปได้สบาย

TEST RIDE 6

รถจักรยานยนต์หลายรุ่นหลาย Segment ในตลาดส่วนใหญ่แล้ว มักถูกกำหนดและออกแบบมาโดยคำนึงถึงโครงสร้างของผู้ใช้ชาวยุโรปเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถจักรยานยนต์แบบ Adventure ที่แม้ผู้ผลิตจะทราบถึงความต้องการของผู้ใช้และความแตกต่างด้านโครงสร้างร่างกายของผู้ขับขี่เป็นอย่างดีแต่ก็ยังต้องคำนึงถึงความเป็น Global model เป็นสำคัญ ดังนั้นหลายค่ายจึงพยายามเสริมรายละเอียดหรือออฟชั่นในการปรับตั้งเพื่อให้โปรดักนั้นเข้ากับคนได้เป็นวงหว้างมากที่สุด อาทิเบาะติดรถที่สามารถปรับให้ต่ำลงได้อีก 5-6 มม.หรือความสามารถในการปรับโหมดส่งกำลังต่างๆเพื่อให้ผู้ใช้สามารถคุมกำลังเครื่องยนต์อันมหาศาลได้สะดวกอยู่มือมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับหลายคนมันก็ยังไม่พอเพราะแรงม้าที่โหมกระหน่ำไม่ว่าจะนิ่มนวลสักแค่ไหนเมื่อรวมเข้ากับโครงสร้างอันใหญ่โตและน้ำหนักของรถสไตล์นี้ที่สูงกว่ารถใน Segment อื่นค่อนข้างมาก ย่อมทำให้ผู้ใช้ร่างเล็กกระทั้งคนตัวสูงกลางๆแต่มีทักษะไม่มากก็จะเอามันอยู่ยาก การมาถึงของ TRK 502 จาก Benelli ถึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ชื่นชอบรถสไตล์แอดเวนเจอร์ที่ชอบขับขี่เดินทางไกล + ลุยได้นิดๆ โดยถูกกำหนดให้มีความจุกระบอกสูบตรงกลางที่ 500 ซีซี และออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับตลาดเอเชียของเราโดยตรงด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับรถยุโรปซึ่งดูค่อนข้างโอ่อ่ามีระดับและขี่ง่าย ขี่สบาย ที่ใครๆก็ควบคุมได้ไม่ยาก ซึ่งทั้งหมดนี้มาในราคา 200,000 นิดๆเท่านั้น

Concept & Design แนวคิดและการออกแบบ

Concept เน้นตอบสนองความต้องการด้วยรถ Adventure พิกัดกลาง ขี่ง่าย คุมง่าย จุดศูนย์ถ่วงต่ำ พลังไม่ฟุ้งเกินไป ใช้ในการเดินทางใกล้-ไกลอย่างสบาย ลุยได้พอสนุกในทางฝุ่นและมีราคาย่อมเยา Design ออกแบบมาให้ดูหรูหราเหมือนรถ Adventure พลังสูงโดยเน้นรูปลักษณ์สไตล์ยุโรปแต่เบาะเตี้ย ไม่มีระบบอิเล็กทรอนิคส์อะไรซับซ้อนแต่เสริมความปลอดภัยด้วยระบบ ABS ถึงดีไซด์รวมๆอาจดูแล้วเหมือน Adventure ยุโรปแต่ก็ต้องบอกว่ามันแตกต่างอาจเป็นเพราะโคมไฟหน้าสไตล์ Benelli กับการออกแบบชิ้นพลาสติกมาให้มีเหลี่ยมมุมดูคมเตะตาผมจึงขอให้คะแนนด้านรูปลักษณ์ไว้ที่ 8 เต็ม 10 เพราะ 502 คันนี้ดูมีระดับดีที่เดียว ดังนั้นจึงขอขนานนามให้มันเป็น “The Crow” ที่ผสมผสานไว้ด้วย Dynamics ซึ่งสื่อถึงสมรรถนะความโฉบเฉี่ยวและ Poultry ของสัตว์ปีกหรือก็คืออีกาที่มีสายตาและจะงอยปากอันแข็งแกร่งเฉียบคม ทั้งหมดจึงกลายเป็นความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ต้องยอมรับว่าการออกแบบที่นำคอนเซปต์หรือแรงบันดาลใจมาจากสิ่งมีชีวิตได้กลายมาเป็นที่นิยมและช่วยให้รูปลักษณ์ของรถนั้นออกมามีความแปลกตาแต่ดูกลมกลืนลงตัวไม่ว่าจะเป็น ‘Sugomi Style’ ซึ่งหมายถึง วิถีของสัตว์กินเนื้อในภาษาญี่ปุ่นหรือแม้กระทั่งการทำชิ้นแฟริ่งให้ดูเหมือนครีบของฉลามสิ่งเหล่านี้ได้กลายมาเป็นแฟชั่นที่ได้รับการยอมรับอย่ากว้างขวางทีเดียวซึ่ง Benelli TRK 502 ก็ได้หยิบยกเอา Passion ตรงนั้นมาใช้ด้วยเช่นกัน

โครงสร้าง

ออกแบบให้น้ำหนักต่อแรงม้าอยู่ที่ 0.2267 hp/กก. น้ำหนักรวมนั้นเท่ากับ 210.0 กก. แรงม้าสูงสุด 47.60 hp เครื่องยนต์ Parallel Twin สูบคู่แบบ All New ที่วางอยู่บนเฟรมเหล็ก Steel Trellis หรือเฟรมท่อคู่ซึ่งโอบขุมพลังไว้ได้รัดรึงและเนียนพอตัว เบาะต่ำเท้าแตะพื้นได้ทั้งสองข้างบาลานซ์ดีอย่างมาก จุดศูนย์ถ่วงต่ำจึงมีความเกาะถนน ตำแหน่งพักเท้าเมื่อวางขาจะรู้สึกสูงเล็กน้อยเพราะความสูงของเบาะ นั่งขี่สบายเดินทางไกลหายห่วงแต่การวางเบาะมาในระดับนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเบาะกับถังน้ำมันที่ดูสูงเยอะเวลามองจากด้านข้าง เมื่อเบาะสูงแค่ 800 มม. ตำแหน่งของแฮนด์พอจับแล้วจึงอยู่สูงขึ้นกว่าหัวไหล่มาก ส่งผลให้เวลานั่งขี่ตัวตรงบนทางฝุ่นทำให้ต้องยกไหล่เยอะซึ่งอาจกินแรงบังคับเล็กน้อย ถ้ายืนคนตัวเตี้ยจะรู้สึกพอดีแต่คนตัวสูงอาจต้องก้มหลังนิดหน่อย ระดับกระจก Wind Shield ตัดและบังกระแสลมได้ดีเพราะมีความสูง ดังนั้นเวลานั่งขี่เมื่อมองผ่านกระจกหน้าอาจรู้สึกไม่เคลียร์นักบางครั้งจึงต้องแหงนหน้าเล็กน้อย รองรับน้ำหนักด้วยระบบสะเทือนหน้าแบบ Up Side Down ปรับตั้งได้แกน 50 มม. และมีช่วงยุบที่ 150 มม. กันสะเทือนหลังปรับตั้ง Preload ได้ องค์ประกอบหลักมีการ์ดแฮนด์พร้อม Crash Bar กันล้มด้านข้างทั้งซ้าย-ขวาด้านหน้ายกสูงด้วย Wind Shield รับกับไฟหน้าที่ดูดุคมเหมือนโกรธกับใครมา จะงอยแหลมมีช่องทาง Air Way ที่ส่งอากาศเข้ากรองผ่านไปสู่หม้อน้ำ ระบบสวิชท์ต่างๆเนียนแข็งแรงตามมาตรฐาน Benelli ถังน้ำมันดูเหมือนถูกยกสูงแต่จริงๆแล้วเป็นเพราะเบาะต่ำ ปิดท้ายด้วยที่ชาร์จไฟแบบ USB เพื่อรองรับอุปกรณ์ในการนำทางหรือสมาร์ทโฟน 502 มีสอง Version คือมีทั้งแบบมาพร้อมยางลุยส่วนอีกตัวเป็นยาง Road

ทดสอบสมรรถนะ

เครื่องยนต์ Parallel Twin หรือ in-line-two ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Twin Cam DOCH 4วาล์ว/สูบ มีกำลังอัด 11.5.1 จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ เรือนลิ้นเร่ง Throttle Body 37 มม. กระบอกสูบ x ช่วงชัก 69 x 66.8 = 499.6 ซีซี Over Square x Long Stoke ดูมีกำลังดีพอตัว ติดเครื่องครั้งแรกก็รู้ได้ทันทีว่าแรงบิดดีเพราะสียงดังแน่นหนัก แรงบิดสูงสุดที่ 45 nm ที่ 4,500 รอบ/นาที  ให้แรงม้าสูงสุด 47 bhp ที่ 8,500 รอบ/นาที อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่าน้ำหนักตัวมันตั้ง 210 กก.หนักหว่ารถพิกัดเดียวกันเกือบ 20 กก.จะขี่ยากรึป่าว อันนี้ต้องลองคร่อมดูแล้วจะรู้เนื่องจากตัวรถนั้นให้ความรู้สึกคุมง่ายเหราะมีบาลานซ์ที่ดี เท้าทั้งสองข้างสามารถแตะพื้นได้อย่างเต็มที่นั้นก็หมายถึงสมดุลที่มั่นคง จุดศูนย์ถ่วงที่กำหนดมาต่ำ นอกจากจะช่วยเสริมด้านการควบคุมแล้วยังทำให้รถเกาะถนนดีด้วยเช่นกัน รถซ่อนน้ำหนักได้ดีขณะวิ่งทำให้เวลาขี่รู้สึกเบากว่าความเป็นจริง เบาะต่ำแฮนด์สูงสามารถขี่ได้อย่างสบายตลอดทาง นอกจากลองวิ่งบนถนนดำแล้วจุดสิ้นสุดของการทดสอบในครั้งนี้ที่ผมกำหนดไว้คือการลุยทางฝุ่นดูเล็กๆเพื่อทดสอบสมรรถนะความเป็น Adventure กันพอกรุบกริบ อัตรเร่งนั้นมาแบบนุ่มๆ ไม่กระโชกโฮกฮากขี่ทางไกลดี เกียร์ต่ำตอบรับฉับไว แรงมาดีใช้ขี่ขึ้นเนินขึ้นดอยก็น่าจะเอาอยู่สบายๆ ในเกียร์สูงมาแบบไหลเรื่อยๆนิ่มนวลตัวรถนิ่งในความเร็ว บนทางตรงยาวความเร็วไหลไปให้เห็นเกือบแตะ 170 กม./ชม. และน่าจะไปได้มากกว่านี้อีกนิดหน่อย โดยรวมแล้วการขับขขี่แบบ On Road มันจึงเป็นรถที่ค่อนข้าง Versatile คือตอบโจทย์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจัเป็นการออกทริป กินลมชมวิว ขี่เพลินโดยเฉพาะจังหวะออกโค้งหรือแม้กระทั่งการใช้งานในเมืองก็ไม่ลำบากมากเพราะเท้าสามารถแตะพื้นได้เต็มที่ทั้งสองข้างแต่การเร่งแซงบางครั้งอาจต้องลดเกียร์ต่ำหรืออาศัยการกะจังหวะเข้ามาช่วยจึงจะสามารถทำได้ทันใจ เมื่อทราบถึงสมรรถนะบนทางเรียบว่าขี่ดีไม่หยอก แล้วการวิ่งทางฝุ่นอ่อนๆละจะเป็นอย่างไร ผมขี่มาถึงทางฝุ่นลูกรังซึ่งหลายจุดมีลักษณะเปียกเพราะฝนเพิ่งตกไปหมาดๆเมื่อคืน เครื่องยนต์สร้างความประทับใจด้วยเสียงหนักๆ สั้นๆที่พร้อมจะดันพลังพาเรื่อนร่างอันใหญ่โตฝ่าไปด้วยเกียร์แบบ 6 สปีด เกียร์ 1 ไม่ยาวมากนักเพราะเป็นเกียร์กำลัง เกียร์ 2-3-4-5-6 ก็รับกันดีกับกำลังงานที่มีแรงบิดสูง เกียร์ 2-3 เป็นเกียร์ที่ใช้มากที่สุดกับทางฝุ่น แน่นอนว่าล้อหลังนั้นต้องมีอาการสปินมากกว่าปกติ มีการหมุนเกินรอบถึงแม้จะใช้รอบเครื่องต่ำกับเกียร์สูงๆเพรายางที่ใช้เป็นยาง Road แต่สิ่งที่ทำให้ผมสามารถคุมมันได่อย่างไม่ยากเย็นคือสมดุลที่วางมาดี ศูนย์ถ่วงต่ำช่วยทำให้รู้สึกมั่นนคงและบาลานซ์ตัวคุมสไลด์ได้ง่าย คันเร่งที่ใช้ถึงแม้จะสั่งงานด้วยเคเบิ้ลแต่ก็ยังตอบรับได้แม่นยำ แรงบิดของเครื่องยนต์ 500 ซีซีนั้นเหมาะกับการเปิดคันเร่งให้ท้ายสไลด์ออกโค้งทั้งซ้าย-ขวา ในเกียร์ 2-3 สามารถสั่งให้ท้ายไปตามที่ต้องการได้ไม่ยาก น้ำหนักของรถที่ลงสู่ล้อหน้า-หลังทำงานประสานกับอัตราทดเกียร์ได้ดี เมื่อเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นล้อก็หยุดหมุนเกินรอบทันทีก่อนเปลี่ยนเป็นความเร็วและให้อัตราเร่งตามต้องการในจังหวะเรียกรอบ แรงม้าทั้ง 47 ตัวกับการต่อเกียร์ได้โดยที่รอบไม่ตกมากทำให้การลุยแบบพอกรุบกริบในครั้งนี้กลายเป็นเรื่องสนุกโดยไม่รู้สึกเสี่ยงแต่อย่างใด การขี่ในเส้นทางแบบนี้สำคัญที่บาลานซ์ซึ่ง Benelli TRK 502 ทำได้ผ่านฉลุย การตัดต่อและหน่วงกำลังเครื่องยนต์ด้วยคลัชท์สามารถทำได้ดีแค่แตะเพียงนิดหน่อยก็สามารถสั่งงานได้ ความกว้างของลำตัวอยู่ในเกณฑ์ที่กำลังพอดีเมื่อยืนขึ้นแล้วใช้ช่วงขาทั้งสองข้างหนีบรถไว้ เบาะที่ต่ำกับแฮนด์ที่สูงอาจทำให้การนั่งขี่ในทางลักษณะนี้รู้สึกต้องใช้แรงเยอะ ดังนั้นการยืนจึงสามารถกดรถกับน้ำหนักให้ตกสู่พักเท้าได้มากกว่าโดยที่ไม่ต้อง “บิดแฮนด์” หรือหักมุมเลี้ยวมาก ในระหว่างยืนถ้าต้องการเลี้ยวก็แค่ใช้เท้ากดไปที่พักเท้าหนักๆในด้านที่ต้องการจะไปและเอียงตัวให้ตรงข้ามกับมุมเลี้ยว เบรกหน้าทำงานได้โอเค ขาเบรกหลังตั้งไว้ค่อนข้างสูงแต่ลึกต้องกดเยอะไม่ว่าจังหวะยืนขี่หรือนั่งขี่ สรุปแล้วมันเป็นรถ Adventure พิกัดกลางที่ขี่แล้คุมได้ไม่ยากเลย สามารถใช้เดินทางใกล้ไกลได้อย่างสบาย แถมเมื่อไปจนสุดถนนดำหากเจอทางฝุ่นที่ไม่กันดารมากก็สามารถลุยได้ดีด้วยเช่นกัน ผมจึงให้คะแนนโดยรวมของสมรรถนะอยู่ที่ 7 เต็ม 10 ครับ จากทั้งหมด 5 ดาว การออกแบบให้ 4 เครื่องยนต์ 3.5 โครงสร้างโดยรวม 3.5 ดาว สมดุล 4.5 ความสะดวกสบาย 4 ดาวครับ

รถจักรยานยนต์ที่ออกแบบมาสู่ตลาดแน่นอนว่าแต่ละรุ่นย่อมมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป หลายอย่างอาจมองข้ามได้หากเราเห็นแล้ว ‘โดน’ หรือรู้สึกชอบในรูปลักษณ์องค์ประกอบโดยรวมแต่ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนยี่ห้อใดทุกแบรนด์ต่างก็ต้องการให้ผู้ใช้รู้สึกพออกพอใจและคุ้มค่าที่ได้เป็นเจ้าของด้วยกันทั้งสิ้น มันอาจไม่ได้มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกชิ้นนั้นชิ้นนี้ อันนี้น่าจะใส่มาให้ ทำไมไม่มีโน้นนี่ แต่อย่าลืมครับว่าราคาต้นทุนมาสูงราคาค่าตัวก็ยิ่งสูงตามไปด้วย ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าราคามันได้ ลองแล้วสมรรถนะดี ตรงใจในหลายๆข้ออย่างอื่นที่รู้สึกว่าขาดก็สามารถค่อยๆทยอยเสริมเติมแต่งให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเราทีหลังได้ครับ ถ้ามัวแต่รอรถในฝันมันอาจไม่มา แต่ถ้าเลือกรถที่อยู่ตรงหน้ารับประกันว่าได้ใช้ก่อนแน่นอนครับ

Credit: Fastbikes Thailand Magazine No.October 2017