5 Tips ขับขี่ปลอดภัยในช่วงฝนตก

16029

ช่วงนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นช่วงปลายของฤดูฝนแล้ว และยังคงมีฝนตกอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงพายุที่เดินทางผ่านประเทศของเราอยู่หลายๆ ครั้ง ซึ่งทางทีมงาน GreatBike ก็เลยอยากจะเสนอวิธีง่ายๆในการขับขี่ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งเพื่อนๆ หลายๆ คนน่าจะประสบพบเจอกันอยู่เป็นประจำ มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

Riding in the rain

TIP1 : เลือกอุปกรณ์ให้ถูกต้อง

อุปกรณ์ในที่นี้ก็คือ Riding Gear ของเพื่อนๆ นั้นเอง ชุดการ์ดตัวไหนไม่กันน้ำหรือว่าอุ้มน้ำมากเกิดไป อาจจะทำให้การขับขี่นั้นไม่ค่อยสบายตัวและจะพาลให้เพื่อนๆ หงุดหงิดเสียอีก การเลือก Ridding Gear ที่มีคุณลักษณะในการกันน้ำนั้นจะเป็นประโยชน์กับผู้ขับขี่ในการเจอสภาวะที่เปียกแฉะได้ หรือเพื่อนๆ คิดว่าจะไม่ใส่เสื้อใส่หมวกขี่ฝ่าฝนก็ทำได้นะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือความปลอดภัย เพราะด้วยสภาพถนนที่เปียกนั้น ยางที่เราใส่ให้กับรถนั้นก็ต้องสอดคล้องกับสภาพของเส้นทางด้วย หากเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่มีอุปกรณ์พวกนี้ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาล่ะก็…

อีกย่างหนึ่งที่อยากให้เลือกอุปกรณ์ในการขับขี่ที่กันน้ำได้ก็เพราะเรื่องของความอบอุ่นของร่างกาย หากเราอยู่ในสภาพตากฝนแฉะๆ มามันก็ต้องเกิดอาการหนาวเย็นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งแน่นอนว่าร่างกายจะตอบสนองต่ออาการเย็นด้วยการสั่น เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาการสั่นนี้ก็อาจจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้การควบคุมรถของเพื่อนๆ นั้นลดประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นมันน่าจะดีกว่าที่จะทำให้ร่างกายของเราอบอุ่นอยู่ตลอดเวลาในการขับขี่

TIP2  : ขับขี่อย่างมีสติ

แน่นอนว่าถ้าเพื่อนๆ ไปเจอฝนตกหนักๆ เข้า เพื่อนๆ อาจจะอยากขับขี่ไปให้ถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว โดยจุดนี้อาจจะทำให้เพื่อนๆ มองข้ามความปลอดภัยในบางส่วนไป เช่นการทำความเร็วจนมากเกินไป ยิ่งเร็วละอองน้ำที่เกิดขึ้นบนท้องถนนก็จะยิ่งมาก มันจะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นของเราลดต่ำลงไป นั้นอาจจะหมายถึงอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ หรือแม้กระทั่งการใช้งานเบรกที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดการเสียอาการ และทำให้การควบคุมรถนั้นเกิดการผิดพลาดกันได้

TIP3 : เฝ้าระวังสภาพถนน

สิ่งหนึ่งที่มักจะแถมมาพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมานั้นก็คือ “คราบน้ำมัน” จากรถราที่สัญจรไปมา ซึ่งแน่นอนว่าการขับขี่ของเรานั้นคงไม่สามารถเฝ้ามองถนนได้ว่าตรงไหนมีน้ำมันลอยอยู่ ดังนั้นแล้วการขับขี่ที่ระมัดระวังจะทำให้การเดินทางของเพื่อนๆ นั้นปลอดภัยมากกว่า รวมไปถึงแอ่งน้ำบนถนนที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันจะลึกขนาดไหน หากเรารูดผ่านแอ่งน้ำเหล่านั้นอาจจะเป็นหลุมลึก ทำให้เราเสียการควบคุมรถได้

TIP4 : ระวังรอยต่อถนน ฝาท่อระบายน้ำ หรือทางแยก

ต่อให้สภาพการขับขี่ที่แห้งหรือเปียก สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเราควรระวัง ยิ่งช่วงฝนตกหนักๆ แล้วทัศนวิสัยการมองเห็นของเรานั้นจะลดลง การคาดเดาสถานการณ์ของเราก็จะน้อยลงไป รอยต่อของถนน คอสะพาน หรือว่าทางแยก เป็นจุดที่เราควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ สิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังเป็นพิเศษนั้นก็คือ ฝาท่อระบายน้ำ ยิ่งสภาพท้องถนนในประเทศไทยแล้ว ฝาท่อระบายน้ำนั้นไม่ได้ราบเรียบไปกับพื้นถนน มันจะเป็นแอ่ง หรือนูนขึ้นมา ดังนั้นจุดนี้ควรระวังเป็นพิเศษเช่นกัน

TIP5 : เลือกไปในไลน์ที่แห้งกว่า

ข้อนี้อาจจะใช้ได้ในขังหวะที่ฝนเริ่มซาหรือหยุดตกไปแล้ว สิ่งที่อยากให้เพื่อนๆ สังเกตก็คือสีของถนน หากเป็นถนนที่เปียกอยู่นั้นสีของมันก็จะเข้มขึ้นกว่าปกติ แต่ถ้าในสภาพที่แห้งแล้วสีจะจางลงไป จนพอจะสังเกตได้ การเลือกไปในทางที่แห้งกว่านั้นก็จะทำให้การควบคุมรถ และความมั่นใจของเพื่อนๆ นั้นมีมากกว่าทางที่เปียกอยู่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในทางที่ยังมีความชื้นอยู่อาจจะทำให้ผิวสัมผัสของยางทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ และมันอาจจะทำให้เสียอาการ ซึ่งมันแตกต่างกับพื้นผิวที่แห้งแล้วหรือมีความชื้นที่น้อยกว่า เพราะมันสามารถทำให้เกิดแรงเสียดทานกับผิวสัมผัสหน้ายางที่ดีกว่า ผู้ขับขี่ก็จะรู้สึกได้ถึงการยึดเกาะที่มีมากกว่านั่นเอง

เป็นอย่างไงกันบ้างครับกับทริกง่ายๆ ที่เรา ทีมงาน GreatBiker นำมาเสนอให้กับเพื่อนๆ ได้เอาไปใช้กัน แต่ถึงจะเรียนรู้ทักษะทางนี้แล้ว แต่การไปเจอกับสภาวะฝนตกหนักๆ เข้า ทางเราก็ขอแนะนำว่าให้จอดก่อนจะดีที่สุดนะครับ การไปถึงที่หมายช้าลงกว่าเดิมแต่ทำให้เราปลอดภัยมากขึ้น มันก็น่าจะดีกว่าจริงไหมครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.sportrider.com