Aprilia Tuono V4 R APRC (Specs Detail)

12

ถือว่าเป็นรถแนวสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงทีเดียวกับ Aprilia Tuono V4 R APRC จากค่าย Aprilia แบรนด์จากแดนมะกะโรนี ที่แม้ว่าอาจจะไม่ค่อยคุ้นตากันในบ้านเราเท่าไหร่ แต่ในยุโรปแล้วค่อนข้างเป็นที่นิยมพอตัวเลย วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ว่ามันน่าสนใจยังไงกันบ้างกับเจ้าสปอร์ตสีเหลืองดำคันนี้กัน

สำหรับเจ้า Aprilia Tuono V4 R APRC นั้นเป็นสปอร์ตในคลาสพันที่มีเครื่องยนต์ความจุขนาด 999.6cc ให้แรงม้ามามากถึง 165 ตัวที่ 11,500 รอบต่อนาที และทอร์คจัดจ้านที่ 111.5 นิวตันเมตร ที่ 9,500 รอบ โดยใช้สูบแบบ V4 (จำนวน 4 สูบ) วางที่ 65 องศา 4 จังหวะ มองแค่ตรงนี้แล้วเราก็สามารถจินตนาการได้ไม่ยากเลยใช่ไหมครับว่ามันจะบิดติดมือมากขนาดไหน เพราะว่าธรรมชาติของสูบวีนั้นจะให้กำลังที่สูงมากๆ ในช่วงต้นถึงกลาง และปลายก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย ในส่วนของการระบายความร้อนนั้นระบายด้วยน้ำ และใช้ระบบดับเบิลโอเวอร์เฮด แคมชาฟท์หรือ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ

ในเรื่องของระบบการจ่ายน้ำมันนั้นจ่ายด้วยระบบหัวฉีดแบบแอร์บ็อกซ์ ไดนามิก 4 หัวจ่ายด้วยกัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของ Ride-by-Wire engine ซึ่งในการวาง mapping ของเครื่องยนต์นั้นสามารถเลือกได้ 3 โหมดที่เซ็ทมาจากโรงงานอย่าง โหมด Track, Sport และ Road ที่จะแตกต่างค่อนข้างชัดเจนสำหรับการใช้งานในแต่ละโหมด โดยมีขนาดกระบอกสูบอยู่ที่ 78 mm และระยะช่วงชักอยู่ที่ 52.3 mm

การส่งกำลังของรถคันนี้นั้นใช้ระบบเกียร์ 6 สปีดด้วยกัน ประกอบกับคลัทช์แบบเปียก และเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากๆ ก็จะเป็นในเรื่องของระบบควิกชิฟท์เตอร์ ที่จะช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องบีบคลัทช์, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว Aprilia Performance Ride Control System (APRC) , ระบบในการช่วยออกตัว Aprilia Launch Control (ALC) , และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีอย่าง Aprilia Traction Control (ATC) นั่นเอง ซึ่งนั่นหมายความว่านอกจากจะแรงจัดจ้านแล้ว เรื่องระบบความปลอดภัยยังยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเลย

ขยับมาดูในส่วนช่วงล่างของรถคันนี้กันบ้าง เบรกหน้าหลังนั้นแน่นอนว่าเป็นแบบ ABS ของ Bosch โดยเบรกหน้านั้นจะใช้จานเบรกคู่ขนาด 320 mm ทำจากสแตนเลสที่มีน้ำหนักเบาแต่ว่าทนทานและยืดหยุ่นสูง ในขณะที่เบรกหลังนั้นเป็นดิสก์เบรกขนาด 220 mm โช๊คอัพหน้านั้นเลือกใช้บริการของ SACHS แบบหัวกลับ (Upside Down) โดยสามารถปรับระยะยุบตัว-คืนตัวได้ โช๊คหลังใช้แบบอลูมิเนียมสวิงอาร์มของ SACHS ที่สามารถปรับแต่งค่าได้เช่นเดียวกัน ถัดมาในส่วนของล้อหน้ามีขนาด 120/70 ZR 17 และล้อหลังขนาด 190/55 ZR 17 แบบไร้ยางใน (tubeless)

สำหรับมิติของตัวรถนั้นจะมีขนาดยาว 2065 mm กว้าง 800 mm และสูง 1090 mm โดยระยะห่างระหว่างพื้นจะอยู่ที่ 125 mm ความสูงเบาะถือว่าสูงพอสมควรที่ 835 mm ในขณะที่ระยะห่างระหว่างล้อหน้าและหลังจะอยู่ที่ 1445 mm โดยจุดที่น่าสนใจคือน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างจะเบาอยู่ที่ 185 กก. เท่านั้น ทำให้มันยิ่งจะแรงและคอนโทรลง่ายขึ้นไปอีก โดยถังน้ำมันนั้นจุอยู่ที่ 18.5 ลิตร กับรถในคลาสพันอย่างนี้ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ และตัวหน้าจอแสดงผลจะวัดความเร็วแบบดิจิตอล แต่วัดรอบแบบอนาล็อก ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนจะชอบแบบนี้มากกว่า

โดยรวมแล้วถือว่ามันเป็นรถสปอร์ตคลาสพันอีกหนึ่งตัวที่จัดเรื่องความแรงมาเต็มๆ และคำนึงถึงด้านความปลอดภัยที่พัฒนามาให้หลายๆ อย่าง แบบไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน ส่วนสนนราคาค่าตัวก็อยู่ที่ราวๆ 488,000 บาท เรียกได้ว่าไม่แพงเลยสำหรับรถสเปคขนาดนี้ จึงไม่แลปกที่หลายๆ คนจะหามาจับจองมันเป็นเจ้าของกัน สำหรับบ้านเราอย่างแรกเลยก็คงต้องรอลุ้นก่อนว่าเมื่อไหร่จะมีใครนำเข้ามาขายกันอย่างเป็นทางการสักที

ขอบคุณภาพประกอบจาก bikebiz.com.au mbike.com motorcycleusa.com ashonbikes.com