จาก Wave สู่ Benelli 300 “แค่มีสองล้อกับใจถึงๆ” (บทความจากโครงการแบ่งปันความฝัน)

IMG_20160106_150435

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าจริงๆ แล้วส่วนตัวเป็นคนชอบท่องเที่ยวอยู่ก่อนแล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่ออกเที่ยวจะไปในรูปแบบอื่นๆ ซะมากกว่า เพิ่งหันมาใช้การท่องเที่ยวในรูปแบบสองล้อเมื่อต้นปี 58 ที่ผ่านมานี่เอง เพราะผมมีน้องที่รู้จักอยู่คนนึง น้องคนนั้นจะท่องเที่ยวในรูปแบบสองล้อและโพสพวกรูปพวกข้อความให้เป็นข้อคิดตลอด จนผมไปสะดุดและติดใจอยู่ประโยคนึงที่ว่า “แค่มีสองล้อกับใจถึงๆ” ซึ่งตอนนั้นตัวผมก็มีแค่รถแม่บ้านขนาดเครื่องยนต์ 125cc อายุอานาม 9 ปีเก่าๆอยู่คันนึงเท่านั้น ผมจึงเริ่มจากเอาใกล้ๆบ้านก่อน ก็ลองนึกๆหาๆข้อมูลดูโดย

มีเงื่อนไขว่าระยะทางรัศมีจากที่พัก (รามอินทรา กม.9) ต้องไม่เกิน 100 กิโลเมตร จังหวัดที่พุ่งมาในหัวก็คงไม่พ้น ฉะเชิงเทรา แต่จะไปวัดโสธรฯ รึก็ดูจะธรรมดาและไม่แปลกใหม่เท่าไหร่ เลยลองหาต่ออีกสักพักไปสะดุดตาอยู่ที่นึงคือ อุทยานพระพิฆเนศบางคล้า ดูจากระยะทางแล้ว อืม!! ใช้ได้อยู่ในระยะ จึงหาแผนที่จากกูเกิ้ลแมพไป และจะพยายามไม่คิดเยอะพอถึงวันหยุดสัปดาห์ก็ล้อหมุนตั้งแต่เช้า ด้วยความที่เป็นรถขนาดเล็กและไม่คุ้นชินเส้นทางเท่าไหร่นัก อาศัยวิ่งตามเส้นทางที่ได้จากการค้นหาชั่วโมงเศษก็มาถึง ไปถึงที่ด้วยสองล้อทั้งทีจึงไม่รอช้าที่จะชักภาพ พาหนะที่นำพาผมไปถึงที่สักหน่อย แล้วผมก็อยู่ซึมซับบรรยากาศโดยรอบอยู่สักพักใหญ่     จึงเดินทางกลับด้วยโดยใช้เส้นทางเดิมเหมือนขามา แต่ใช้เวลามากกว่าขาไปสักหน่อยเนื่องจากอากาศที่ร้อนและแสงแดดที่สาดส่อง จบทริปสองล้อเล็กๆ ครั้งแรกของผมด้วยความราบรื่น และในใจก็ได้คิดว่าหากผมไม่ตัดสินใจออกไปในวันนี้ผมก็คงไม่รู้ว่าการท่องเที่ยวแบบสองล้อมันสนุกและมีเสน่ห์ในตัวมันเองเพียงใด

1 เดือนถัดจากทริปแรก ก็เริ่มติดใจการท่องเที่ยวแบบสองล้อ ทริปแรกระยะทางเอาไม่เกิน 100 กิโลเมตร จึงคิดการใหญ่ไปให้ไกลกว่าเดิม หนนี้จึงเพิ่มเป็นเท่าตัวคือระยะทางไม่เกิน 200 กิโลเมตร ซึ่งในช่วงที่มีไฟอยู่นั้นเป็นช่วงที่วัดๆ นึงในจังหวัดลพบุรีมีงานพอดี (วัดเขาวงพระจันทร์) ซึ่งดูระยะทางแล้วตรงเงื่อนไขเป๊ะ พอกำหนดวันเดินทางเสร็จ ที่เหมือนเดิมคือพยายามจะไม่คิดเยอะ เพราะกลัวคิดเยอะแล้วจะไม่ได้ไป รอบนี้ออกเช้ากว่าเดิมเนื่องจากระยะเพิ่มเป็นเท่าตัว และรถเราเป็นรถเล็กจึงต้องพักรถบ่อยหน่อยแต่ก็ถือเป็นการพักคนไปในตัว ผมใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการไปถึงจุดหมายปลายทาง บางคนอาจจะดูว่าทำไมนานจัง    แต่ส่วนตัวแล้วผมไม่รีบขนาดต้องบึ่งรถไปให้ถึงเร็วๆ อยากซึมซับกับบรรยากาศระหว่างสองข้างทางมากกว่า (จริงๆ คือรถมันก็วิ่งได้เท่านี้แหละ55) ไปถึงก็ท่องเที่ยวตามวิถีลักษณะของสถานที่นั้นคือ เดินๆปีนๆขึ้นบันไดไปสามพันกว่าขั้น เดินเที่ยวและดูทิวทัศน์ด้านบนเสร็จก็เดินบันไดทางเดิมลงมา ดูเวลาก็บ่ายคล้อยแล้วจึงเตรียมตัวกลับ พอจบทริปนี้เท่านั้นแหละ ชักติดใจและหลงรักการท่องเที่ยวแบบสองล้อ ความคิดอันชั่วร้ายจึงบังเกิด ด้วยสภาพรถที่มีอยู่ชักไม่ตอบสนองความต้องการได้เต็มที่เสียแล้วหากต้องการที่จะไปไกลกว่านี้

จึงเริ่มหาข้อมูลรถเพื่อที่จะขยับ cc แต่ได้งบที่มีอยู่จำกัดจึงได้คันใหม่มาในขนาดเครื่องยนต์ 300cc ซึ่งก็ถือเป็นการขยับปรับเปลี่ยนที่ดีและไม่ก้าวกระโดดจนเกินตัวไป หลังจากได้รถมาก็ยังไม่ใจร้อนที่จะทริปไกลๆ เลย แต่พยายามฝึกขี่ให้ตัวเองชินกับรถและขนาดเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทำความรู้จักให้รู้ใจกันเสียก่อน แต่ระหว่างที่ปรับตัวกับรถผมก็ตั้งเป้าและหาสถานที่ที่จะออกไปท่องเที่ยวแบบสองล้อตอบสนองความอยากตัวเอง ก็มีเมืองน่านนี่แหละที่ผุดขึ้นมาเพราะอยากไปมานานมากแล้ว เมืองที่เงียบสงบธรรมชาติสวยงาม เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางลงตัวจึงได้เขียนแพลนขึ้นมาคร่าวๆ ด้วยความที่ระยะทางเป้าหมายค่อนข้างไกล และระยะทางตลอดทริปรวมกันค่อนข้างเยอะ จึงได้ชักชวนสมัครพรรคพวกไปด้วยกันสักอีกสองสามคัน แต่ไปๆ มาๆ พอยิ่งใกล้ถึงกำหนดเดินทาง ก็ยังไร้วี่แววของเพื่อนร่วมทริป ผมก็เริ่มใจฟ่อ แต่ไหนๆ ก็เขียนแพลนมาแล้ว นึกในใจคันเดียวก็คันเดียว จึงเดินหน้าจองที่พัก (อย่างน้อยๆ ที่ซุกหัวนอนก็มีน่า55) ยิ่งใกล้วันเดินทางเท่าไหร่ก็ยิ่งมีเสียงบั่นทอนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมเป็นคนจิตแข็งไม่ค่อยสนโลกสักเท่าไหร่ ตั้งใจแล้วต้องทำ จนมาถึงวันเดินทาง ด้วยความที่ระยะทางที่ไกลเอามากๆ จึงล้อหมุนแต่เช้ามืด ขี่ไปพักไปซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการพักเติมน้ำมัน ไหนๆ ก็แวะแล้วพักคนเสียไปในตัว ส่วนตัวผมจะแวะเติมน้ำมันบ่อยเข้าตัวเมืองทีถ้าเห็นน้ำมันเหลือครึ่งถังจะเติมเอาชัวร์ไว้ก่อน เพราะหนทางข้างหน้าเป็นไงก็ไม่รู้ 10 ชั่วโมงผ่านไปก็ถึงจุดหมายปลายทาง “น่าน” ไง วันแรกยังไม่ได้เที่ยวอะไรได้แต่พักร่างอยู่ในที่พักอย่างเดียว

ส่วนวันอื่นๆ ก็ขี่รถเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ตามที่หาข้อมูลมาก่อนหน้าและที่หาที่สอบถามจากคนพื้นถิ่นแถวนั้น เส้นทางที่ใช้จึงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปในแต่ละวัน แต่ก็สนุกดีนะ ได้ไปในที่ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มา หน้ำซ้ำยังมาแบบสองล้ออีกตะหาก ขี่ข้ามเขาขึ้นลูกโน้นลงลูกนี้เป็นว่าเล่น ไปๆ มาๆ ไม่ได้เที่ยวเฉพาะเมืองน่าน ขี่ผ่านไปเกือบจะทุกจังหวัดในภาคเหนือ เว้นเพียงแม่ฮ่องสอน นอกนั้นนี่ขี่ผ่านบ้าง ขี่เข้าไปเที่ยวบ้าง สนุกสมใจนักแล ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจากสามทริปหลักๆ นั้น เกิดขึ้นมาจากคำพูดประโยคนี้ประโยคเดียวจริงๆ ครับ “แค่มีสองล้อกับใจถึงๆ”

โดย Human BlueSea

 
Paste your AdWords Remarketing code here