Ninja H2R เวอร์ชั่นวิ่งบนถนนมาให้เชยชม

หลังจากที่ได้ติดตามกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลายเดือน และแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็ได้ฤกษ์เปิดตัวกันสักทีที่งาน Interrmot สำหรับค่ายยักษ์เขียว Kawasaki ที่หลายๆ คนรู้จัก ได้เปิดตัว Ninja สายพันธุ์แรงที่สุดที่เคยมีมานั่นก็คือ Kawasaki Ninja H2R ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นสนามแข่ง มีพละกำลังถึง 300 แรงม้า

kawasaki-ninja-h2r-r-02

แต่สำหรับในงาน EICMA 2014 นี้ ทางค่ายยักษ์เขียว  Kawasaki ก็ได้ทำการเผยโฉมเวอร์ชั่นที่จะนำมาจำหน่ายจริงให้กับเราๆ ชาวไบค์เกอร์โดยเวอร์ชั่นนี้สามารถขับขี่ได้บนท้องถนน โดยจากแรงม้าที่มีอยู่เดิม ถึง 300 แรงม้านั้น ได้ลดพละกำลังแรงม้าให้มาอยู่ที่ 207 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่  98 ปอนด์-ฟุต ซึ่งผลิตและรีดกำลังได้จากเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998cc แบบ Supercharger เนื่องจากระบบ Supercharge ที่ติดตั้งภายในตัวของเจ้า  Kawasaki Ninja H2R  ส่งผลให้เจ้า Ninja H2R  กลายเป็นรถที่หนักที่สุดในคลาส เพราะหนักถึง 239 กก. แบบ wet weight

kawasaki-ninja-h2r-r-04

kawasaki-ninja-h2r-r-03

นอกจากนั้นแล้วเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ ก็มีมากมายทั้ง traction control (KTRC), engine brake control (KEBC), launch control (KLCM), ABS (KIBS), a quick shifter (KQS), และโช้คอัพ Ohlins ปรับระดับไฟฟ้า ส่วนในด้านของระบบกันสะเทือนหน้านั้นก็ไม่ได้มองข้ามความสำคัญ โดยได้ทำการเลือกใช้ของ KYB แบบปรับระดับครบถ้วน ส่วนระบบเบรกก็ได้เลือกใช้ของแบรนด์เนมชั้นนำอันดับต้นๆ ของท้องตลาด นั่นก็คือเลือกใช้ช๊คที่เป็นของ Brembo ส่วนของขนาดจานดิสก์หน้านั้นมีขนาดอยู่ที่  330mm และ ด้านหลังมีขนาดอยู่ที่ 250 mm

kawasaki-ninja-h2r-r-05

kawasaki-ninja-h2r-r-06

เรามาต่อกันเลย..สำหรับท่านั่งการขับขี่ ค่ายยักษ์เขียว Kawasaki ได้บอกไว้ว่า มันเป็นรถ Sport ที่นั่งได้สบายที่สุด นั่งได้สบายกว่ารถสปอร์ต คันอื่นในคลาสเดียวกัน ด้วยเพราะท่านั่งดูเป็นธรรมชาตินั่นเอง

kawasaki-ninja-h2r-r-08

kawasaki-ninja-h2r-r-07

kawasaki-ninja-h2r-r-09

ส่วนราคาค่าตัวของ Kawasaki Ninja H2R  2015 นั่นมีสนนราคาอยู่ที่ 25,000 $ หรือราคาเริ่มต้นถ้าระบุเป็นเงินไทยน่าจะอยู่ราว แปดถึงเก้าแสนบาท ซึ่งจะผลิตจำหน่ายด้วยจำนวนที่จำกัดอีกด้วย เรียกได้ว่า จะเจ้าและจับตาจับจ้องกันให้ดีๆ ว่าจะเข้ามาจำหน่ายในไทยหรือไม่ และจะนำเข้ามาจำหน่ายเป็นจำนวนกี่คัน

ขอบคุณภาพประกอบจาก : pantip.com