สุดแกร่ง “ตั้น” เดชา ไกรศาสตร์ บิดกระหึ่ม !!! ยึดโพเดี้ยมอันดับ 1 ศึกชิงแชมป์เอเชีย สนาม 4 ประเทศอินโดนีเซีย

yamaha_11_550x330

เป็่นอีกครั้งหนึ่งที่ชาวไทยได้เฮกันดังๆ เมื่อทางยอดนักบิดจอมเก๋า ฝีมือแกร่งอย่าง “ตั้น” เดชา ไกรศาสตร์ นักบิดสังกัด YAMAHA THAILAND RACING TEAM ที่คว้าโพเดี้ยมอันดับ 1 ในศึกชิงแชมป์เอเชียสนามที่ 4 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ธงชาติไทยโบกสะบัดในสนามอย่างเต็มภาคภูมิ เราไปชมภาพบรรยากาศการแข่งขัน และรายละเอียดแบบเต็มๆ กันได้เลยครับ

ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ “เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ” ฤดูกาล 2017 เดินทางมาถึงสนามที่ 4 แข่งขันกันที่ Sentul International Circuit ประเทศอินโดนีเซีย บนความยาวรอบสนาม 3.965 กิโลเมตร 12 โค้ง

YAMAHA THAILAND RACING TEAM เดินทางมาเตรียมความพร้อมกันล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ และเริ่มเซ็ทอัพรถแข่งเพื่อเข้าโปรแกรมในวันแรกที่จะมีช่วงเวลาให้ลงวิ่งซ้อมสนาม 3 ช่วง ซึ่งนับว่าเป็นงานหนักทั้งสำหรับนักแข่ง และช่างเครื่องเพราะต้องเซ็ตอัพทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบที่สุดภายในเวลาซ้อมที่ถูกบีบอัดแต่ละช่วงห่างกันเพียง 2 ชั่วโมง !!!

รุ่น Asia Production 250 cc
3 ขุนพลนักแข่งสังกัด YAMAHA THAILAND RACING TEAM ตี” อนุภาพ ซามูล #500, “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #39 และ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 เปิดเกมลงซ้อมในรุ่น Asia Production 250cc เป็นรุ่นแรก โดยมีคู่แข่งร่วมประกบคันเร่งกันทั้งหมด 33 คัน การซ้อมครั้งแรกขุนพลนักบิดทั้ง 3 คนของไทยทีม กดเวลาต่อรอบทุบสถิติของตัวเองที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้วเร็วขึ้นกว่าสองวินาที สร้างความมั่นใจให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก โดย พีรพงศ์ บุญเลิศ #39 ทำเวลา 1’45.331 นาที, อนุภาพ ซามูล #500 ทำได้ 1’45.392 นาที และ พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 ทำได้ 1’46.623 นาที แต่หลังจากจบการซ้อมทีมช่างเร่งประชุมระดมความคิดกันอย่างเร่งด่วนเพื่อปรับเซ็ตโช้คอัพใหม่ให้รองรับกับพื้นแทร็คที่เป็นร่องคลื่น และไม่ค่อยราบเรียบของสนามเซนตูล จากนั้นการซ้อมครั้งที่ 2 ผลลัพธ์หลังการปรับเซ็ตโช้คอัพใหม่ทำให้ 3 นักแข่ง YAMAHA THAILAND RACING TEAM เกาะกลุ่มกดเวลาต่อรอบลงมาได้อีกตามที่คาด แต่ในการลงซ้อมครั้งที่ 3 เหตุการณ์พลิกผันกลายเป็นโจทย์ยากให้ทีมช่างอีกครั้งเมื่อ พีรพงศ์ บุญเลิศ #39 เกิดอุบัติเหตุล้มระหว่างซ้อมเนื่องจากมีรถของนักแข่งเจ้าถิ่นล้มขวางทางทำให้ต้องเบรคกระทันหันรถเสียหลักล้ม ช่วงหน้า และแฮนด์ของรถแข่งเสียหาย ท้าทายความแม่นยำของทีมช่างที่ต้องระดมเร่งมือซ่อมเพื่อให้รถกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมแข่งรอบควอลิฟาย ส่วนเวลาต่อรอบของไทยทีมทั้ง 3 คนในการซ้อมครั้งสุดท้ายยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

แผนการแข่งในรอบควอลิฟายรุ่น Asia Production 250 cc ทีมงานเน้นให้นักแข่งทั้ง 3 คนขี่ตามประกบนักแข่งเจ้าถิ่นแบบตัวต่อตัวโดยไม่ขี่เข้ากลุ่มเพื่อไม่ให้ถูกบล็อกเวลา ส่วนการเตรียมรถแข่ง R-Series ทีมช่าง และนักแข่งตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่เคยใช้แข่งที่ญี่ปุ่นมาประจำการอีกครั้งให้กับรถแข่ง #500 ของ “ตี” อนุภาพ ซามูล ส่วนรถแข่ง #39 ของ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ ซึ่งเสียหายจากการล้มในช่วงซ้อมก็กลับมาอยู่ในสภาพเรียบร้อยหลังจากระดมซ่อมแซมจนเสร็จช่วงค่ำ
การควอลิฟาย 30 นาที เป็นไปตามคาดหมาย นักแข่งเจ้าถิ่นอินโดนีเซียอาศัยความชำนาญสนามมากกว่าเกาะกลุ่มดึงกันเข้ามาอยู่ใน 10 อันดับแถวหน้าถึง 8 คน มีเพียงนักแข่งไทย อนุภาพ ซามูล #500 และนักแข่งญี่ปุ่น Tomoyoshi Koyama #71 ที่สามารถแทรกเข้ามาติดอยู่ในกลุ่มได้ 2 คน โดย อนุภาพ ซามูล #500 ทำสถิติใหม่ให้ตัวเอง กดเวลาต่อรอบลงมาอยู่ที่ 1’43.918 นาที ส่วน พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 ทำได้ 1’44.504 นาที และ พีรพงศ์ บุญเลิศ #39 ทำได้ 1’44.718 นาที

ช่วงการแข่งขันในเรซแรก
“ตี” อนุภาพ ซามูล #500 ออกสตาร์ทได้อย่างเฉียบคมจากกริดสตาร์ทที่ 6 พุ่งขึ้นไปเกาะกลุ่มนำตั้งแต่รอบแรก จากนั้นเจ้าตีก็สวมหัวใจนักสู้ไล่ขยี้คันเร่งกับกลุ่มนักแข่งเจ้าถิ่นอินโดนีเซียโดยเกาะติดอยู่ในอันดับที่สาม และกระชากคันเร่งบดเบียดกับคู่แข่งแลกกันในโค้งอย่างสุดมันส์จนเข้าสู่ครึ่งทางของการแข่งขัน 12 รอบ ก่อนที่จะถูกกดดันอย่างหนักจากกลุ่มนักแข่งเจ้าถิ่น และถูกประกบแซงไปได้ในช่วงท้ายเกม ก่อนพุ่งเข้าเส้นชัยคว้าอันดับที่ 6 มาครองแบบสูสี ขณะที่ พีรพงศ์ บุญเลิศ #39 เพื่อนร่วมทีมซึ่งออกสตาร์ทจากกริดที่ 15 กระชากคันเร่งรถแข่ง R-Series คู่ใจไล่แซงคู่แข่งจนปิดฉากการแข่งขันเรซแรกในอันดับที่ 8 ส่วน พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 12

ช่วงการแข่งขันในเรซที่ 2
“ตี” อนุภาพ ซามูล #500 นักบิดสังกัด YAMAHA THAILAND RACING TEAM กระชากคันเร่งรถแข่งคู่ใจออกสตาร์ทจากกริดที่ 6 พุ่งเข้าโค้งแรกบดเบียดกับนักแข่งเจ้าถิ่น ก่อนไล่บี้ขึ้นนำในอันดับที่ 2 แบบล้อชนล้อกับผู้นำจนเข้าสู่รอบที่ 3 นักแข่งเจ้าถิ่นอีกสองคันตามมาจี้ประกบติดรวมเป็นกลุ่มหน้าดวลคันเร่งกันโค้งต่อโค้งอยู่ 4 คัน และเริ่มทิ้งห่างจากกลุ่มตามหลายช่วงตัว จากนั้น “ตี” ก็ยังคงกระหน่ำคันเร่งรถแข่งคู่ใจเสียบแซงคู่แข่งในโค้งได้หลายครั้ง แต่ก็ถูกนักแข่งเจ้าถิ่นแย่งตำแหน่งคืน จนผ่าน 12 รอบสนาม “ตี” อนุภาพ ซามูล #500 ก็พุ่งเข้าเส้นชัยคว้าอันดับที่ 4 ชนิดเบียดแย่งกันเข้าเส้นชัยกับนักแข่งเจ้าถิ่นอย่างสุดมันส์ ส่วนทีมเมท “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง #14 ซึ่งออกสตาร์ทจากกริดที่ 11 เข้าเส้นชัยอันดับที่ 9 และ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ #39 จบที่อันดับ 12

รุ่น Super Sport 600cc
“ตั้น” เดชา ไกรศาสตร์ #24 ซึ่งเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ ลงซ้อมครั้งแรกกดเวลาต่อรอบที่ 1’31.289 นาที เร็วกว่าปีที่แล้ว 1 วินาทีกว่าๆ อยู่ในอันดับที่สอง แต่ก็บดเบียดมาอย่างสูสีกับผู้นำด้วยเวลาที่ห่างกันเพียง 0.213 วินาที ส่วน “เบียร์” เฉลิมพล ผลไม้ #65 ทำเวลา 1’33.173 นาที การลงซ้อมครั้งที่ 2 เดชา ไกรศาสตร์ #24 กดเวลาต่อรอบลงมาอยู่ที่ 1’31.029 นาที รั้งอันดับที่ 2 ประกบติดผู้นำแบบเบียดๆ ส่วน เฉลิมพล ผลไม้ #65 ลงซ้อมพร้อมเช็คความเรียบร้อยของรถแข่งหลังจากเซ็ตรถใหม่ที่เสียหายจากการล้มในการซ้อมครั้งที่ 1 ก็สามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นอยู่ที่ 1’32.130 นาที

การซ้อมครั้งที่ 3 คู่หูดูโอ เดชา ไกรศาสตร์ #24 และ เฉลิมพล ผลไม้ #65 ยังคงระเบิดฟอร์มกระชากเวลาต่อรอบลงมาอีก โดย เดชา ไกรศาสตร์ #24 ทำเวลาได้ 1’30.858 นาที และ เฉลิมพล ผลไม้ #65 ทำได้ 1’31.226 นาที ซึ่งหลังจบการซ้อมจับเวลาในรุ่นนี้ เดชา ไกรศาสตร์ #24 สามารถทำเวลาบดเบียดอยู่ในกลุ่มหัวแถวซึ่งขี่อยู่ในวินาทีเดียวกันถึง 6 คัน !!!

รอบควอลิฟาย
คู่หูดูโอ YAMAHA THAILAND RACING TEAM “ตั้น” เดชา ไกรศาสตร์ #24 และ “เบียร์” เฉลิมพล ผลไม้ #65 กระหน่ำคันเร่งรถแข่ง YZF-R6 ในการควอลิฟายเกาะติดกลุ่ม 5 อันดับแรก ด้วยการลงวิ่งจับเวลาเพียง 8 รอบสนามตามแผนซึ่งต้องการเซฟยางไว้ใช้ในรอบแข่งขัน และสามารถกดเวลาทำสถิติใหม่ให้ตัวเอง โดย เฉลิมพล ผลไม้ #65 ทะลุกำแพงเวลาในวันซ้อมขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 4 ด้วยเวลา 1’29.983 นาที ขี่อยู่ในวินาทีเดียวกันกับ 3 อันดับแรก ส่วน เดชา ไกรศาสตร์ #24 ก็สามารถกดเวลาลงมาอยู่ที่ 1’30.220 นาที เร็วขึ้นกว่าช่วงซ้อม และเกาะติดอยู่ในอันดับที่ 5 บนกริดสตาร์ท

การแข่งขันในเรซที่ 1
5 อันดับกริดสตาร์ทแถวหน้ามีนักแข่งมาเลเซีย, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย และสองคู่หูนักแข่งไทย “เบียร์” เฉลิมพล ผลไม้ #65 กับ “ตั้น” เดชา ไกรศาสตร์ #24
เปิดเกมในช่วงห้ารอบแรก สองนักแข่งไทยขี่ประคองเกาะกลุ่มนำแบบเบียดกันล้อต่อล้อกับคู่แข่งกลุ่มใหญ่ จนเข้ารอบที่ 5 เดชา ไกรศาสตร์ #24 ก็เปิดเกมบุกไล่เสียบแซงคู่แข่งในโค้งได้ถึงสองคันในรอบเดียวกันขยับขึ้นมานำในอันดับที่ 3 เร่งเร้าให้เกมการไล่ล่าของนักแข่งเจ้าถิ่นร้อนแรงยิ่งขึ้นแต่ “ตั้น” ก็เบียดปะทะคันเร่งกับนักแข่งเจ้าถิ่นได้อย่างดุเดือด ยึดอันดับที่ 3 เอาไว้ได้จนผ่านเข้ารอบที่ 13 เหลือการแข่งขันอีกเพียง 3 รอบ แต่ก็ถูกนักแข่งเจ้าถิ่นสองคันกดดันอย่างหนักจนเสียจังหวะ ทำให้ปิดเกมในเรซแรกได้ในอันดับที่ 5 ขณะที่ เฉลิมพล ผลไม้ #65 ขี่คุมเกมอยู่ในอันดับที่ 6 ตั้งแต่รอบที่สอง และเริ่มขยับเข้าใกล้กลุ่มนำหลังผ่านมาครึ่งทางของการแข่งขัน แต่ในรอบสุดท้ายขณะเข้าโค้งประกบไปกับนักแข่งออสเตรเลีย และถูกบังไลน์มองไม่เห็นร่องบนพื้นแทร็คทำให้รถกระแทกเสียหลักล้มไปอย่างน่าเสียดาย

ช่วงการแข่งขันในเรซที่ 2
เกมเรซ 2 เริ่มขึ้นอย่างเร้าใจท่ามกลางเสียงกองเชียร์เจ้าถิ่นดังสนั่นหวั่นไหว “เบียร์” เฉลิมพล ผลไม้ #65 ซึ่งออกสตาร์ทจากกริดที่ 4 ใช้เวลาเพียงครึ่งรอบแรกก็เสียบแซงคู่แข่งขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 แต่ในรอบต่อมานักแข่งเจ้าถิ่นพลาดล้มรถแข่งขวางอยู่ในแทร็ค กรรมการจึงสั่งธงแดงหยุดการแข่งขัน รถแข่งทุกคันต้องกลับเข้ามาจอดรอที่พิทเลน จังหวะเดียวกันนั้นฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก กรรมการสนามประกาศเป็น Wet Race และลดรอบการแข่งขันเหลือ 9 รอบ หลังจากกลับมาออกสตาร์ทกันอีกครั้งท่ามกลางสายฝน “เบียร์” เฉลิมพล ผลไม้ #65 ก็เปิดเกมออกสตาร์ทด้วยการกระชากคันเร่งขึ้นเป็นผู้นำกลุ่ม แต่ผ่านไปแค่ครึ่งรอบสนาม รถแข่งของ “เบียร์” มีอาการลื่นไถลขณะเข้าโค้งทำให้เสียจังหวะปล่อยให้คู่แข่งแซงขึ้นไปได้  “ตั้น” เดชา ไกรศาสตร์ #24 ทีมเมท YAMAHA THAILAND RACING TEAM ซึ่งตามประกบมาติดๆ จึงเปิดเกมบุกทวงตำแหน่งผู้นำกลุ่มคืนมาอย่างรวดเร็วได้ในรอบถัดมา โดยมี “เบียร์” เฉลิมพล ผลไม้ #65 ไล่ตามเกาะติดอย่างกระชั้นชิดในอันดับที่ 3 จากนั้น “ตั้น” ก็กระหน่ำคันเร่งยืดระยะห่างจากผู้ตามออกไปจนกระทั่งผ่านเข้าเส้นชัยคว้าแชมป์ในเรซที่สองมาครองได้อย่างสะใจ ปิดท้ายศึกชิงแชมป์เอเชียให้กับชาวไทยด้วยอันดับหนึ่งบนโพเดี้ยม และเสียงเพลงชาติไทยที่ดังกระหึ่มก้อง สนาม เซนตูล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย !!!

บทสัมภาษณ์นักแข่ง และผู้อำนวยการ YAMAHA THAILAND RACING TEAM

อนุภาพ ซามูล นักแข่งหมายเลข 500 รุ่น Asia Production 250 cc ได้กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า “การขี่ในเรซที่สองวันนี้ เราปรับเซ็ตโช้คอัพได้ดีขึ้นมาก ทำให้ขี่เกาะติดกลุ่มนำได้ตลอด และมีจังหวะแซงในโค้งได้หลายครั้ง ก็ถือว่าได้ทำเต็มที่แล้วครับ สำหรับการเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 4 ก็ถือว่าพอใจครับ”

เดชา ไกรศาสตร์ นักแข่งหมายเลข 24 รุ่น SuperSport 600 cc ได้กล่าวหลังจบการแข่งขันพร้อมรอยยิ้มว่า”การแข่งวันนี้ถือว่าท้าทายมาก เพราะสภาพร่างกายที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ คือระหว่างที่ขี่ตอนนั้นผมคิดว่ายังไงก็ต้องเอาชนะ เพราะขี่อยู่ในอันดับที่สองแล้ว ประกอบกับมีฝนตกลงมาทำให้เกมมันยิ่งง่ายขึ้น คือสำหรับผมนะ สำหรับคนอื่นอาจจะยาก คือผมค่อนข้างคุ้นเคย แต่ถึงวันนี้สนามแห้ง ก็คิดว่าสู้ได้นะครับ เพราะรถเราปรับเซ็ตได้ดีกว่าเมื่อวานนี้มาก “เดชา ไกรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์

เฉลิมพล ผลไม้ นักแข่งหมายเลข 65 รุ่น SuperSport 600 cc ได้กล่าวหลังจบการแข่งขันว่า
“วันนี้หลังจากมีสัญญานธงแดงหยุดการแข่งขัน แล้วก็มีฝนตกลงมา เกมมันก็เปลี่ยนเลย เพราะต้องเปลี่ยนไปใส่ยางฝน แล้วการรีสตาร์ทผมต้องออกสตาร์ทที่กริดแรกด้วย เลยคิดไว้ในใจว่า อันดับแรกต้องขึ้นนำไว้ก่อนเลย แล้วคันอื่นที่อาจจะเร็วกว่า เค้าแซงขึ้นไป เราค่อยตามประกบหาจังหวะเอาคืน เพราะว่าจริงๆ แล้วในสภาพที่มีฝนตกลงมาแบบนี้ กับสภาพสนามแบบนี้ มันยากที่จะรู้ว่าความเร็วที่ใช้มันถูกต้องหรือเปล่า เราขี่นำไปก็ยังไม่แน่ใจว่าความเร็วที่ใช้มันเร็วไปหรือช้าไป พอเดชาแซงขึ้นไป ก็มั่นใจเลยว่าความเร็วขณะนั้นยังเร็วได้อีก จากนั้นก็พยายามไล่จนเข้าใกล้ได้แล้ว แต่ก็หมดรอบการแข่งขันซะก่อน” เฉลิมพล ผลไม้ กล่าวถึงจุดเปลี่ยนของเกม

ธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้อำนวยการ YAMAHA THAILAND RACING TEAM ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจหลังจบการแข่งขันว่า “ก็นับว่าเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจอีกครั้งหนึ่งครับ แม้ว่าในเรซแรกผลงานเราอาจจะไม่ได้โพเดี่ยม แต่ก็นับว่าน่าพอใจเพราะถือว่าได้เป็นการเก็บข้อมูลเอามาปรับแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ  สำหรับเรซที่สองในรุ่น 250 ซีซี ก็นับได้ว่านักแข่ง YAMAHA THAILAND RACING TEAM ทุกคนมีความมุ่งมั่น มีความพยายามไม่ท้อถอย แม้ว่าสนามนี้จะไม่ได้โพเดี้ยม แต่ก็ถือว่าสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีครับ

ส่วนรุ่น 600 ซีซี เรซที่สองที่มีฝนตกลงมาทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าทั้ง เดชา ไกรศาสตร์ และเฉลิมพล ผลไม้ สามารถนำเอาประสบการณ์จากการแข่งขัน ออล เจแปน ซึ่งมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนมาปรับใช้กับการขี่ในวันนี้ได้เป็นผลอย่างดี ชัยชนะของนักแข่งทั้งสองคนในสนามนี้นับว่าเป็นความภาคภูมิใจของทีมงานทุกคนครับ เพราะเราเหนื่อยกันมาตลอดทั้งสัปดาห์ มีกำลังใจ และมีความหวังที่เรารอคอยทุกวัน มีหลายสิ่งหลายที่เราคอยดูแลซึ่งกัน และกัน คอยให้กำลังใจกัน ก็ขอบคุณทีมงานยามาฮ่าทุกๆ คน ขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่ติดตามข่าว และให้กำลังใจเรามาตลอดครับ” คุณธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้บริหารทีม ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง กล่าวอย่างภาคภูมิใจในทีมงานหลังจบการแข่งขัน

BR6f9D.gif
BqfGdE.jpg