จัดหนักจัดเต็ม กับทริปทดสอบรถบิ๊กไบค์ DCT จากทาง Honda บอกเลยว่าหลงรักเข้าอย่างจัง!!!
แอดมินทศได้มีโอกาสไปทริปทดสอบรถ เกียร์ DCT กรุงเทพ-หัวหิน ในช่วงวันที่ 26-27 กันยายนที่ผ่าน เลยเก็บรายละเอียดต่างๆมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แอดมินเองได้ขี่รถแนวนี้ ทั้งที่ก็มีมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ขับขี่แล้วมาเล่าให้ฟังนั่นเอง
DCT คืออะไร DCT (Dual Clutch Transmission) หรือระบบส่งกำลังแบบคลัตช์คู่อัตโนมัติ เป็นระบบเกียร์ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะในรถ Honda Bigbike โดยคอนเซปของ Honda ที่วางไว้คืออยากให้ผู้ขับขี่ได้สนุกมากยิ่งขึ้น เหมือนการขี่รถเกียร์ออโตเมติกที่มีความแรงมากขึ้น โดยการเร่งแต่ละครั้งจะถูกประมวลผลไปที่กล่องควบคุม ทำให้การต่อเกียร์ในแต่ละช่วงทำได้ดียิ่งขึ้น แทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์ ที่สำคัญไม่มีคลัชให้กำเวลาเข้าเกียร์และไม่ต้องกังวลว่ารถจะกระตุกดับเหมือนรถคลัชทั่วไป ซึ่ง Honda DCT ก็จะมีใน Goldwing, Africa Twin, NM4, NC750X, X-ADV และ CTX700N (อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.aphonda.co.th/hondabigbike/news/20180530/honda-dct)
DCT ใน Africa Twin
แอดมินได้รถคู่ใจในการขี่ในทริปนี้เป็น Honda Africa Twin DCT ปี 2016 อย่างแรกเลยก่อนขึ้นขี่ นึกในใจ ถ้าล้มนี่แทบไม่อยากยกรถเลยทีเดียว แอดมินเองเคยขี่ CRF250l CRF250Rallyมาพอสมควร ก็กังวลทั้งน้ำหนักและความสูง แต่ด้วยความที่เบาะ Africa Twin ทุกรุ่นปรับความสูง-ต่ำได้3ระดับ แอดก็เบาใจยังไงขาถึงก็มั่นใจแหละ
โหมดการขับขี่ปรับได้เป็น โหมดขับขี่ปกติ (D) และโหมด Sport (S) ซึ่งในโหมด Sport (S) ก็สามารถเลือกได้อีก 3 ระดับด้วยกัน โดยการทำงานของโหมด N หรือเกียร์ว่าง ทำได้เมื่อรถจอดสนิท หรือเมื่อเราเอาขาตั้งลง รถจะตัดเข้าเกียร์ว่างโดยอัตโนมัติ
โหมดขับขี่ปกติ (D) ถ้าไม่เปิดคันเร่งเราสามารถคาเกียร์ไว้ได้เลย จะช่วยในเรื่องของการไหล เมื่อจอดในพื่นที่มีความลาดเอียง เมื่อค่อยๆเปิดคันเร่ง รถจะออกตัวได้นิ่มนวลมากๆ เมื่อรถเริ่มทรงตัวได้ ระบบ DCT ก็จะเปลี่ยนเป็นเกียร์2ไม่นาน ในส่วนช่วงเกียร์ 3 ไปเกียร์ 4 ช่วงนี้รอบจะค่อนข้างกว้างและค่อนข้างใช้เวลาอยู่พอสมควร ส่วนเกียร์ 5-6 นั้นแทบไม่รู้สึกเมื่อเปลี่ยนเกียร์เลย
ข้อดีของระบบ DCT คือเราสามารถลดเกียร์ในโค้งได้เลยเช่นจากเกียร์ 6 ลงมาเกียร์ 4 หรือ 3 รถแทบไม่มีอาการแต่อย่างได แต่ถ้าลดจากเกียร์ 3-2-1 รถจะมีแรงสับที่ล้อหลังอย่างเห็นได้ชัดเจน เหมาะกับการที่ขี่ทาง off-road โหมด Sport (S) ทำงานเหมือนโหมดปกติ (D) แต่จะให้ความแรงที่มากขึ้นในแต่ละเกียร์ แน่นอนพละกำลังที่มากขึ้นก็ต้องแลกกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่มากขึ้น แอดได้ลองโหมดSport (S) บนทางดำ ก็แรงขึ้นกว่าโหมดปกติอยู่พอสมควร และเมื่อเจอทาง off-road เปิดโหมดSport (S) ปิดTraction Control ปิด ABS ล้อหลัง ยิ่งเพิ่มความสนุกเข้าไปอีก ได้อารมณ์ท้ายปัด ระเบิดกรวด ระเบิดบ่อโคลน มันมาก!
นอกเหนือจากระบบการขับขี่ที่เลือกได้แล้ว ยังมี Traction Control ที่สามารถปิด-เปิดและตั้งได้ถึง3ระดับอยู่ที่ผู้ขับขี่จะชอบแบบไหน ถ้าเข้าทางoff-road แอดแนะนำให้ตั้งน้อยๆหรือปิดเลยเพื่อความสนุกในการขับขี่ ใน Africa Twin DCT ปี 2016 สามารถเลือกปิด ABS ที่ล้อหลังได้ เมื่อเข้าทางoff-road เนื่องจากทางฝุ่นต้องการความแม่นยำในการเบรคเพื่อไม่ให้รถไถลจาการควบคุมปุ่ม G ที่ช่วยให้การ ขึ้นเนินลงเนินเป็นเรื่องง่ายขึ้น การทำงานของปุ่ม G เมื่อเลือกใช้ ระบบคลัชจะทำงานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
ขับขี่ทางไกล
ด้วยมิติรถและน้ำหนักรถบวกกับระบบเกียร์ DCT ทำให้การขี่ทางไกลเป็นเรื่องง่ายสะดวกสะบาย แต่ด้วยความที่เป็นยางบั้งก็จะมีอาการของยางหอนตลอดทาง และอาการสั่นของรถเมื่อความเร็วสูงก็มีอยู่บ้าง ถังน้ำมันใหญ่ไม่ต้องเสียเวลาแวะเติมน้ำมันบ่อยๆ
ขับขี่ทางฝุ่น
ด้วย Honda Africa Twin ออกแบบมาให้ขับขี่ทางฝุ่นอยู่แล้วและระบบช่วยเหลือต่างๆก็ทำมาให้ผู้ขับขี่ได้ขี่อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น การที่เป็นAfrica Twin DCT ก็เพิ่มทางเลือกให้ผู้ขับขี่ได้อีกทางขี่ง่ายขึ้นสนุกขึ้น แอดมินว่าสายฝุ่นต้องมาลองขี่ซักครั้งแล้วจะติดใจ
ขับขี่ในการจราจรที่ติดขัด
แอดมินอยากพูดเรื่องนี้มากกับ มหากาพย์วันศุกร์สิ้นเดือนเวลา 5 โมงของกรุงเทพ ทางที่ยากของแอดมินไม่ได้ยากที่ระยะทางหรือความชัน แต่แอดเป็นโรคแพ้รถติดกรุงเทพ แต่ด้วยความที่เรารู้ศักยภาพของรถซึ่งก็ทำความรู้จักกันมาตั้ง2วันทำให้การขี่ฝ่ารถติดของกทม. จากนครปฐม-Bigwingเรียบด่วนเป็นเรื่องง่ายๆเลย จังหวะที่รถพอจะแทรกได้แค่คลอคันเร่งและรักษาสมดุลรถก็ผ่านอุปสรรค์ไปได้ จังหวะที่ต้องเพิ่มความเร็วก็เรียกได้ ระบบเบรคก็ไว้ใจได้ แอดประทับใจจุดนี้มาก เรียกได้ว่าขี่กันเป็น Honda Clickกันเลยทีเดียว สำหรับพี่ๆสื่อมวลชน
ถ้าพูดกันตามความรู้สึกเหมือนการได้ขับรถ SUV เกียร์ออโต้ตัวท๊อปที่มี paddle shift ติดพวงมาลัยมาให้ อย่างแรกเลยเรื่องความสะบายในการขับขี่ในระยะทางไกล เราไม่ต้องกังวลในการเข้าเกียร์ หรือถ้าเราเปลี่ยนไปขี่ถนน off-road แล้วยังไม่ได้อารมณ์ ก็สามารถเลือกโหมดเกียร์เป็น manual ได้แค่ปลายนิ้ว อย่างที่สอง DCT ทำให้เราได้สนุกกับการขับขี่ในอีกรูปแบบนึง ไม่ว่าทางที่เราขี่จะเป็นแบบไหนก็สามารถลุยไปได้แบบไม่ต้องกังวล อย่างสุดท้าย ระบบช่วยเหลือที่ให้มา ทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Traction Control ABS (ในบางรุ่น) และระบบเกียร์ DCT ที่คนขี่รถคลัชไม่เป็นก็ออกทริปได้ ทริปหน้าระวังแม่บ้านของท่านแอบเอารถท่านไปออกทริปหลังอ่านบทความนี้
ขอขอบคุณ Honda Bigbike Thailand ที่ได้ให้ทีมงาน GreatBiker ได้ร่วมทริปเปิดประสบการณ์ในครั้งนี้ด้วยครับ
เรื่องโดย แอดมินทศ

Sakon Supapornopas – Website founder greatbiker.com I like all types of motorcycles. Working in the automotive industry for more than 10 years, in-depth analysis of new motorcycle models. that will be launched in Thailand and abroad Review from actual use experience