Kawasaki Versys 250 จดทะเบียนรหัสอย่างเป็นทางการแล้ว

wpid-new-kawasaki-versys-250-jpg

แน่นอนว่าก่อนหน้านี้เราได้เห็นข่าวลือเกี่ยวกับ Kawasaki Versys 250 กันไปพอสมควรแล้ว กับรถในแนว Adventure Touring ขนาด 250cc คันแรกจากทางค่าย หรืออาจจะนับได้ว่าเป็นคันแรกๆ ของทางค่ยจากประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และล่าสุดเราก็มีข่าวอัพเดทเกี่ยวกับโมเดลนี้มาฝากกัน ว่าทางค่ายเองนั้นมีการจดทะเบียนรหัสของโมเดลนี้อย่างเป็นทางการแล้ว

โดยทาง Kawasaki Motor Indonesia (KMI) นั้นได้จดรหัส LE250B และ LE250C ซึ่งเป็นรหัสชุดเดียวกันกับที่เคยจดใน Versys 650 อย่าง LE650 มาก่อนหน้านี้แล้ว นั่นก็คือความชัดเจนว่าอีกไม่นานนี้โมเดล Versys 250 ก็จะคลอดออกมาให้เราได้เห็นกัน และตัวรถเองนั้นก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว รอแค่เวลาที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยตอนนี้เรายังไม่แน่ใจว่าทั้ง LE250B และ LE250C ที่เป็นรหัสแบบ 2 ชุดนั้นมีอะไรแตกต่างกันบ้าง

http://i2.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2016/10/TPT-LE250-Versys-250.jpg

ภาพยืนยันการจดทะเบียนรหัส Kawasaki Versys 250 LE250B และ LE250C

http://i2.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2016/10/TPT-LE650.jpg

ก่อนหน้านี้จะเห็นได้ว่า Versys 650 ก็ใช้รหัสชุดเดียวกันนี้เช่นกัน LE650

ซึ่งในตอนนี้ก็มีข้อมูลหลุดออกมาว่า Kawasaki Versys 250 นั้นจะใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับ Z และ Ninja 250 ที่ขนาด 250cc DOHC 2 สูบเรียง จ่ายน้้ำมันด้วยระบบหัวฉีด แต่ตัวเครือ่งยนต์นั้นจะมีการปรับจูนใหม่ให้มีความเป็นแอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งมากขึ้น โดยจะเน้นในเรื่องความเร็วต้นถึงกลางเป็นพิเศษ ใช้เฟรมรถแบบ diamond เช่นเดียวกับ Z250 ในขณะที่โช้คอัพด้านหน้านั้นจะเป็นแบบหัวกลับ (Upside Down) และด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว (Monoshock) การออกแบบโดยรวมนั้นจะได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Versys 650

http://i2.wp.com/tmcblog.com/wp-content/uploads/2016/10/versys250.jpg

และแน่นอนว่าจะมีเวอร์ชั่น Versys 300 ออมากกันอีก ซึ่งจะใช้เครือ่งยนต์เดียวกันกับ Z และ Ninja 300 นั่นเอง โดยจะเป็นโมเดลที่จะวางขายกันในตลาดโลกเป็นหลัก สำหรับประเทศที่ไม่จำกัดเรื่อง cc กับข้อกฏหมายใบขับขี่ ดังนั้นแล้วในประเทศไทยเราก็น่าจะได้ใช้ตัว Versys 300 ด้วยนั่นเอง และทางสื่อของประเทศอินโดนีเซียก็คาดหมายว่านอกจากประเทศของตนเองที่จะได้เป็นฐานการผลิตโมเดลนี้แล้ว ประเทศไทยเราก็ยังจะเป็นฐานการผลิตสำหรับภูมิภาคนี้กันด้วย เหมือนกันกับหลายๆ โมเดลที่ผ่านมานั่นเอง ดังนั้นแล้วหากว่ามีการเปิดตัวและขายในบ้านเรากันเมื่อไหร่ คาดว่าราคาน่าจะแพงกว่า Ninja 300 ไปไม่มากนัก ตรงนี้ต้องติดตามกันต่อไป แต่เชื่อว่าขาลุยทั้งหลายน่าจะตั้งตาคอยโมเดลนี้กันเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก tmcblog.com young machine

BR6Nmy.gif
BXll79.gif
BqfGdE.jpg